ส่งพัสดุ
บริการ same-day delivery ส่งเช้า ถึงเย็น

บริการ same-day delivery ส่งเช้า ถึงเย็น

 

ในยุคปัจจุบันต้องรับเลยว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้น เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เพราะคนส่วนใหญ่หันมาช็อปปิ้งออนไลน์ กันมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสะดวก รวดเร็วและไม่ต้องเสียเวลาไปเดินเลือกสินค้าที่แหล่งขายด้วยตัวเอง ซึ่งในส่วนของผู้ประกอบการเองนั้น นอกจากจะต้องหมั่นคัดสรรและผลิตสินค้าที่มีคุณภาพออกมาวางจำหน่ายแล้ว เรื่องของความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้าก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะลูกค้าก็ต้องการรับสินค้าให้เร็วที่สุด ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีต่อทั้งร้านค้าและลูกค้า จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่จะช่วยทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจและสามารถเอาชนะคู่แข่งได้ 

 

ตอนนี้ MAKESEND คือหนึ่งในผู้ให้บริการที่มีการเปิดให้ใช้บริการขนส่งแบบ same-day delivery ส่งวันเดียวถึง  ซึ่งก็คือการ ส่งพัสดุ ทุกอย่างแบบวันเดียวถึงนั่นเอง มาพร้อมกับบริการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ ตอบโจทย์ธุรกิจออนไลน์ที่ต้องการความรวดเร็ว โดยเฉพาะที่สำคัญคือไม่ว่าจะส่งกี่ชิ้น ทาง MAKESEND ก็รับส่ง แถมรองรับการขนส่งทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยค่าบริการเริ่มต้นที่ 40 บาท เท่านั้นเอง !

 

Same Day Delivery คืออะไร ? | ส่งพัสดุ

 

เมื่อลูกค้าสั่งสินค้าแล้ว สินค้าชิ้นนั้นจะต้องถูกจัดส่งภายในวันเดียวกับที่ลูกค้าสั่งซื้ออย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นสินค้าคงคลังจะต้องมีสินค้าเตรียมพร้อมอยู่เสมอเพื่อรับมือกับปริมาณความต้องการของลูกค้าที่อาจจะเกิดขึ้น เมื่อสินค้าหมดมันจะต้องถูกเติมเต็มในพื้นที่คลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้าให้รวดเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้สินค้าขาดช่วง ซึ่งหากคลังสินค้าใกล้กับที่อยู่ของลูกค้าก็ค่อนข้างที่จะได้เปรียบหน่อย

 

ปัจจุบัน Same Day Delivery กำลังเริ่มเป็นที่นิยม โดยที่ผู้ประกอบการและห้างร้านที่จำหน่ายสินค้าออนไลน์จะใช้การส่งสินค้าเป็นจุดขายคือสั่งเช้าได้เย็น ซึ่งถือว่าเป็นการได้สินค้าที่รวดเร็วที่สุดแล้วในปัจจุบัน

 

อีกหนึ่งความท้าทายสำหรับ Same Day Delivery ก็คือผู้ค้าปลีกหลายรายและผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ด้านการจัดส่งจะต้องค้นหาโซลูชันเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนในการส่งมอบ โดยไม่ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกับลูกค้าปลายทาง รวมไปถึงการค้นหาเทคโนโลยีที่จะช่วยให้การติดตามสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปกติเราจะเห็นสินค้าที่สามารถสั่งของในช่วงเช้าและได้สินค้าในช่วงเย็นคือสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคซะส่วนใหญ่และไม่ใช่ของที่มีราคาสูงมากนัก

 

การจัดส่งสินค้าภายในวันเดียว จึงกลายเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่จะช่วยให้ผู้ขายรายปลีกสามารถสร้างความแตกต่างได้ ดังนั้นการรองรับความต้องการของลูกค้าในการจัดส่งสินค้าภายในวันเดียวที่เพิ่มมากขึ้นด้วยนวัตกรรมและความยืดหยุ่นจะเป็นหนทางเดียวที่ผู้ขายจะสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและอยู่เหนือคู่แข่ง

 

แต่การทำให้สำเร็จนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย การจัดส่งสินค้าภายในวันเดียวให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการเลือกบริษัทขนส่ง แต่ประกอบไปด้วยหลายๆ องค์ประกอบในห่วงโซ่อุปทาน การเตรียมซัพพลายเชนของผู้ขายให้รองรับการจัดส่งสินค้าภายในวันเดียวได้จะต้องมีวิธีการทำงานแบบองค์รวม ตั้งแต่ข้อมูลของสินค้าคงคลัง การบริหารจัดการและการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

 

Same Day Delivery & Next Day Delivery | ส่งพัสดุ

 

  • การสั่งสินค้าวันนี้แล้วได้รับเลยในวันถัดไปอย่าง Next Day Delivery ยังคงได้รับความนิยมมาก แต่อีกไม่นาน Same Day Delivery จะเข้ามาแทนที่และได้รับความนิยมมากอย่างแน่นอน สำหรับความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือการส่งสินค้าในรูปแบบ Same Day Delivery จะส่งมอบสินค้าหลังจากลูกค้าสั่งสินค้าไม่กี่ชั่วโมงหรือภายในวันนั้นอย่างเร็วที่สุด ในขณะที่ Next Day Delivery ต้องรอในวันถัดไปลูกค้าถึงจะได้รับสินค้า

 

  • Same Day Delivery มีการตัดยอดหลายครั้ง แต่ในทางกลับกัน Next Day Delivery ค่อนข้างที่จะมีต้นทุนและมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าทำให้ได้รับความนิยมมากกว่า แต่ในกรณีคืนสินค้าทั้งสองรูปแบบอาจจะต้องใช้เวลาที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเร็วหรือช้าทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ขายด้วย

 

  • การจัดส่งสินค้าของทั้ง 2 รูปแบบกำลังจะกลายเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับลูกค้าที่ต้องการให้สินค้าที่ซื้อมาถึงหน้าประตูบ้านโดยเร็วที่สุด ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีและกลยุทธ์ที่กำลังถูกพัฒนาขึ้น เราจึงสามารถใช้ประโยชน์จากบริการตามความต้องการเหล่านี้ได้ด้วยการรวบรวมข้อมูลและพัฒนาด้านการขนส่ง

 

การเติบโตของธุรกิจ Logistics และชิปปิ้ง มีปัจจัยด้านอื่นๆ ที่ส่งผลให้หลายผู้บริการเริ่มหันมาให้ความสนใจลงสนามแข่งขันการส่งสินค้าแบบวันเดียวถึง นั่นคือ

 

  • ธุรกิจ E-Commerce เติบโต เนื่องจาก Logistics เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องควบคู่ไปกับธุรกิจ E-Commerce เมื่อธุรกิจ E-Commerce เติบโต ธุรกิจ Logistics จึงต้องพัฒนาการให้บริการที่สมบูรณ์แบบที่สุดเพื่อเอาใจผู้บริโภคยุคใหม่

 

  • เมื่อสั่งสินค้าแพง ใครๆ ก็อยากได้สินค้าไวๆ ยิ่งคนที่มีประสบการณ์ซื้อสินค้าออนไลน์ที่มีมูลค่าสูงๆ ความลุ้นไม่ได้อยู่เพียงแค่การสั่งซื้อสินค้าเท่านั้น แต่สินค้าที่สั่งนั้นจะถึงมือผู้ซื้อหรือผู้บริโภคได้รวดเร็วขนาดไหน รวมไปถึงสินค้าที่ได้รับนั้นจะอยู่ในสภาพแบบไหนอีกด้วย ซึ่งบริการ ส่งแบบ Same Day Delivery ได้เข้ามาช่วยแก้ไขในเรื่อง Pain Point ตรงนี้อีกด้วย

 

  • เรื่อง Track ที่สามารถเช็คได้ว่าสินค้าอยู่ตรงไหน รวมไปถึงบริการในเรื่องของเวลาที่แสดงถึงความรวดเร็วในการส่งสินค้าช่วยทำให้เกิดความสบายใจมากขึ้นตามไปด้วย โดยสินค้าที่นิยมส่งแบบ Same Day Delivery มักจะเป็นสินค้า Electronics สินค้าแบรนด์เนมราคาแพงและสินค้าที่จำเป็นต้องทะนุถนอมในการขนส่งเป็นอย่างมาก

 

  • ผู้บริโภคให้ความสนใจกับบริการ Same Day Delivery ส่งถึงไวที่ใครๆ ต่างก็เริ่มหันมาใช้บริการ แม้ว่าการส่งแบบ Same Day Delivery จะเข้ามาในเอเชียแปซิฟิกช้ากว่าภูมิภาคอื่นๆ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่อุปสรรคที่จะมาขัดขวางการเติบโตในความต้องการของบริการนี้ได้

 

ปัจจุบันความต้องการของลูกค้าที่จะได้รับสินค้าในทันทีนั้นมีมากมาย แต่ทางเลือกระหว่างการจัดส่งในวันถัดไปหรือในวันเดียวกันนั้นอยู่ในมือของผู้บริโภคและจะขึ้นอยู่กับความต้องการและเป้าหมายของธุรกิจของคุณทั้งหมด ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สำคัญคือคุณส่งมอบสินค้าตรงเวลาหรือไม่ คุณจึงจะสามารถรักษาฐานลูกค้าที่กำลังเติบโตให้มีความสุขและพึงพอใจกับสิ่งที่ธุรกิจของคุณนำเสนอได้

 

ฝั่งผู้ให้บริการ “ธุรกิจโลจิสติกส์” ต้องพัฒนาระบบให้สามารถรองรับปริมาณการจัดส่งที่เพิ่มมากขึ้นและสร้างความหลากหลายของบริการการจัดส่ง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการ โดยยังคงต้องยึดหัวใจสำคัญของธุรกิจนี้ คือ ความเร็วในการจัดส่งพัสดุ, การส่งมอบสินค้าตรงเวลา, สินค้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์, พนักงานให้บริการอย่างมืออาชีพและสุภาพ ซึ่งสิ่งที่จะตามมาจากการจัดส่งภายในประเทศขยายตัว คือ ผู้บริโภคคาดหวังการจัดส่งเร็วขึ้น ด้วยเหตุนี้เองจึงเกิดบริการที่เรียกว่า “Same Day Delivery” หรือบริการรับ-ส่งสินค้าด่วนภายในวันเดียวจากผู้ให้บริการโลจิสติกส์

 

 

 

jum-jim.com

How to ส่งต้นไม้อย่างปลอดภัย 

How to ส่งต้นไม้อย่างปลอดภัย 

 

ส่งต้นไม้ในกรุงเทพ จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด – 19 ทำให้ผู้คนมีเวลาอยู่บ้านเพิ่มมากขึ้นและหลายๆ คนเริ่มหันมาจับธุรกิจขายต้นไม้กันมากขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่มาแรงและมีการซื้อ – ขายกันในโลกออนไลน์อย่างมาก ในช่วงที่ผ่านมา โดยเห็นได้จากการส่งสินค้าประเภทต้นไม้ ที่มีอัตราในการส่งสูงมากขึ้นและยิ่งเหล่าบรรดาคนดังแห่ถ่ายรูปคู่กับต้นไม้ ยิ่งทำให้กระแสการหาต้นไม้ มาปลูกแผ่ขยายวงกว้างไปทั่วอย่างรวดเร็ว

 

ปัจจุบันเหล่านักเลี้ยงต้นไม้นิยมใช้วิธีสั่งซื้อต้นไม้ผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะไม่ต้องเดินทางไปตลาดต้นไม้ด้วยตัวเอง ทำให้ช่วยประหยัดเวลาและค่าเดินทาง เช่นเดียวกับผู้ขายที่ต้องปรับตัว เเละหันมาค้าขายผ่านช่องทางนี้กันมากขึ้น แต่หลายคนก็อาจเกิดข้อกังวลใจ ในเรื่องของการแพ็กต้นไม้ ว่าจะทำอย่างไรให้ต้นไม้คงความสมบูรณ์และขนส่งต้นไม้ถึงมือลูกค้าได้อย่างสะดวกรวดเร็วปลอดภัย ส่งต้นไม้ในกรุงเทพ

 

ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าการขนส่งต้นไม้นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก การส่งเกรงว่าจะใช้เวลานานจนอาจส่งผลกระทบทำให้ต้นไม้เกิดความเสียหายได้ ซึ่งความเป็นจริงแล้วหากคุณมีผู้ช่วยที่ดีอย่าง MAKESEND ในการดูแล ให้คำแนะนำถึงวิธีและขั้นตอนที่ปลอดภัยก็จะสามารถช่วยป้องกันต้นไม้ช้ำได้ ทั้งนี้ยังช่วยทำให้การจัดเตรียมส่งต้นไม้ของคุณไม่ใช่เรื่องยุ่งยากและน่ากังวลอีกต่อไป วันนี้ MAKESEND มีวิธีการแพ็คต้นไม้แต่ละแบบมาฝากทุกท่าน เพื่อให้ผู้ส่งมั่นใจได้ว่าต้นไม้จะส่งถึงมือลูกค้าได้อย่างปลอดภัย

 

 

วิธีการแพ็คต้นไม้ยังไงให้ถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัย | ส่งต้นไม้ในกรุงเทพ

 

การเเพ็คต้นไม้ เพื่อรอนำส่ง จะมีวิธีการอย่างไรไม่ให้ยอดหัก ต้นเน่าเละหรือแห้งตายก่อนส่งถึงมือลูกค้า เพื่อคลายข้อกังวลต่างๆ เเละให้คุณขายต้นไม้ได้เเบบมืออาชีพ ลองมาเรียนรู้เทคนิคการแพ็กต้นไม้ที่เรานำมาฝากกัน โดยมีวิธีง่ายๆ 2 รูปแบบ ดังต่อไปนี้

 

1.การแพ็กส่งต้นไม้พร้อมกระถาง เป็นการนำส่งต้นไม้พร้อมดินและกระถาง วิธีนี้ต้นไม้จะไม่บอบช้ำมาก แต่อาจมีค่าจัดส่งที่เเพงตามจำนวนน้ำหนัก แต่สายธรรมชาติต้องถูกใจสิ่งนี้แน่ๆ โดยมีวิธีการห่อและการใส่บรรจุภัณฑ์ที่พร้อมจัดส่ง เริ่มต้นจาก

 

  • ห่อกระถางที่ต้องการนำส่งทั้งกระถางด้วยถุงพลาสติกหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ให้แน่นหนาที่สุดเท่าที่จะหนาได้ โดยเฉพาะบริเวณเหนือกระถางที่เป็นผิวดินปลูก เพื่อป้องกันดินหลุดร่วงและกระจาย จากนั้นห่อใส่ถุงพลาสติกและติดสก็อตเทปใสพันให้แน่น

 

  • นำกระดาษหนังสือพิมพ์พรมน้ำห่อพันล้อมรอบใบที่คลี่ให้เหยียดตรงเป็นแนวตั้งสูง อย่างน้อย 3 ชั้น เพื่อป้องกันน้ำระเหยออกจากต้นและพันกิ่งก้านเพื่อป้องกันกิ่งขยับไม่ให้ถูกกระแทกและหักช้ำระหว่างขนส่งมากที่สุด

 

  • นำใส่กล่องต้นไม้ที่มีขนาดพอดีกับต้นไม้ มีความแข็งแรง พร้อมเจาะรูระบายอากาศ

 

  • หากในกล่องมีพื้นที่ว่างให้หากระดาษหนังสือพิมพ์ กระดาษฝอยหรือพลาสติกกันกระแทกใส่เข้าไปในกล่องให้เต็มครึ่งหนึ่งของกล่องเพื่อไม่ให้ต้นไม้กลิ้งไปมาหรือขยับไปมาได้และวางต้นไม้ที่เตรียมไว้ลงในกล่องให้พอดีอยู่ตรงกลางกล่องที่สุด

 

  • นำเชือกผูกกระถางเข้ากับตัวกล่องไขว้สี่ทิศ พร้อมยึดลำต้นเข้ากับตัวกล่องอีกที

 

  • ปิดฝากล่องให้มิดชิด พร้อมเตรียมนำไปนำส่งและเขียนหรือติดสัญลักษณ์ลูกศรชี้ขึ้น พร้อมแปะป้ายว่าเป็นต้นไม้ห้ามโยน ห้ามกระแทกและห้ามคว่ำเด็ดขาด

 

  • เลือกใช้บริการส่งต้นไม้กับ MAKESEND ได้อย่างมั่นใจ

 

2.การแพ็กส่งต้นไม้แบบล้างราก เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กัน เพราะจะทำให้ค่าขนส่งมีราคาถูกลง ซึ่งสามารถใช้ได้กับต้นไม้บางชนิด ส่วนมากจะเป็นต้นไม้ประเภทแคคตัสหรือต้นไม้อวบน้ำ หากเป็นต้นไม้ใบก็มีใช้บ้างแต่ไม่ได้เป็นที่นิยม โดยมีวิธีเบื้องต้นดังนี้

 

  • นำต้นออกจากกระถาง จากนั้นค่อยๆ เขย่าดินให้หลุดออกจากรากให้มากที่สุด แล้วนำไปล้างเอาเศษดินที่เกาะบริเวณรากออกให้สะอาด ผึ่งต้นให้สะเด็ดน้ำ ระวังอย่าให้รากบอบช้ำเสียหายจนเกินไป

 

  • เหยียดลำต้น กิ่งและใบให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม จะเหยียดให้ตรงหรือม้วยเข้าหาลำต้นก็ได้ แล้วให้ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์อย่างเบามือ โดยเริ่มพันจากใบและกิ่งลงมาที่ตุ้มราก แต่ระวังให้มากอย่าให้ต้นไม้บอบช้ำ

 

  • ใส่ในถุงพลาสติกอีกชั้นเพื่อป้องกันน้ำระเหยออกจากต้น ถ้าเป็นกลุ่มเฟินหรือต้นไม้ที่ชื่นชอบความชื้นนิยมนำห่อต้นไม้ใส่ลงในถุงซิปล็อคและปิดถุงให้สนิท

 

  • ใส่พลาสติกกันกระแทกหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ลงในกล่อง ก่อนวางถุงต้นไม้ที่เตรียมไว้ ถ้าในกล่องมีพื้นที่เหลือให้ใส่วัสดุกันกระแทกให้เต็มหรือใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ขยำเป็นก้อนๆ วางรอบๆ เพื่อไม่ให้ห่อต้นไม้กลิ้งไปมาหรือขยับเขยือนมากที่สุด

 

  • ปิดฝากล่องให้มิดชิดแล้วนำส่งให้ลูกค้า หากใช้บริการจัดส่งสินค้าให้เขียนหน้ากล่องว่าเป็นต้นไม้ อย่าโยน อย่ากระแทกและอย่านำไปวางตากแดด

 

การดูแลต้นไม้ ก่อนการขนส่ง 

 

บทบาทสำคัญในการดูแลต้นไม้ ก่อนการขนส่ง เพื่อให้ทนต่อสภาวะการขนส่ง โดยเคล็ดลับต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม หากต้องการขนส่งต้นไม้ ให้มีความปลอดภัยที่สุด

 

  • การใช้ปุ๋ยในปริมาณที่สูงก่อนการขนส่งจะทำให้คุณภาพของต้นไม้ลดลง ทั้งในระหว่าง และหลังการส่งต้นไม้

 

  • การรดน้ำต้นไม้ที่มากเกินไป ในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ ก่อนการส่งต้นไม้จะส่งผลให้ คุณภาพต้นไม้สูญเสียอย่างรวดเร็วหลังการขนส่ง อันเนื่องมาจากความเสียหายต่อระบบรากของต้นไม้นั่นเอง

 

  • การจัดการอุณหภูมิเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาคุณภาพระหว่างการขนส่งให้กับต้นไม้ของคุณ อุณหภูมิที่ลดลงจะช่วยทำให้ลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเอทิลีน อุณหภูมิในการขนส่งที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ แต่ควรจัดส่งในอุณหภูมิต่ำสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

  • ระยะเวลาในการขนส่ง หากมีระยะเวลาในการขนส่งที่นานเกินไปอาจจะส่งผลให้ต้นไม้สูญเสียคุณภาพอย่างรวดเร็วระหว่างการขนส่ง

 

  • การปรับสภาพของต้นไม้ต้องใช้ความระมัดระวัง ทั้งก่อนการส่งต้นไม้ ระหว่างขนส่ง และหลังจากการขนส่งเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งหากไม่ได้รับการปรับสภาพ อย่างเหมาะสมจะประสบกับปัญหาการสูญเสียใบจำนวนมากหรือได้รับความเสียหายจากความเย็นได้ง่าย ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยว่าทำไมต้นไม้จำนวนมาก ถูกวางไว้ในโรงเรือนก่อนเป็นเวลา 1 – 3 เดือน หลังจากการขนส่งทางไกล เพื่อให้มีความแข็งแรงหรือเติบโตมากขึ้น ก่อนส่งไปถึงมือผู้รับ

 

  • การเลือกบรรจุภัณฑ์ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น จำนวนของใบ ความยืดหยุ่นของกิ่งและใบ ตลอดจนแนวโน้มที่จะพันกันหรือ เกิดความเสียหายระหว่างการบรรทุก

 

  • อัตราค่าขนส่งและความหนาแน่น ในการบรรทุกเป็นปัจจัยเพิ่มเติมที่ต้องพิจารณาตัดสินใจเลือก ดังนั้นผู้ขนส่งควรคำนึงว่าต้นไม้ที่ไม่มีการป้องกันอาจได้รับอากาศเย็นและมีโอกาสเกิดความเสียหาย และฟกช้ำได้ ทั้งนี้การขนส่งต้องใช้ตัวช่วยเพื่อลดอัตราการเคลื่อนที่ ในตู้ขนส่งด้วย

 

  • การขนส่งที่ดีควรติดฉลากบนกล่องอย่างชัดเจนเพื่อแสดงต้นทางและปลายทาง ติดสัญลักษณ์ลูกศรชี้ขึ้น พร้อมแปะป้ายว่า เป็นต้นไม้ห้ามโยน ห้ามคว่ำ พร้อมทั้งระบุรายการว่าเป็นต้นไม้เปราะบาง เน่าเสียง่ายและคำแนะนำ ด้านอุณหภูมิ

 

หากคุณใส่ใจรายละเอียดทุกประการนี้ คุณก็สามารถรักษาคุณภาพ ของต้นไม้ ได้ในระหว่างการขนส่ง ซึ่งต้นไม้แต่ละชนิดมักมีการดูแล และจัดส่ง ที่แตกต่างกัน แต่เบื้องต้นทั้งหมดที่ได้กล่าวไว้ เป็นพื้นฐานเรื่องการขนส่งต้นไม้ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ดังนั้นอุปกรณ์ป้องกันสินค้าการป้องกันความเสียหาย ที่ใช้ในระหว่างการขนส่ง จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น

 

การซื้อต้นไม้ออนไลน์ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปตลาดต้นไม้ด้วยตัวเอง จึงช่วยให้ประหยัดเวลาและค่าเดินทาง ทั้งยังได้รับต้นไม้ถึงบ้านโดยไม่ต้องหิ้ว แค่คลิกสั่งซื้อต้นไม้ก็จัดส่งถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัย เช่นเดียวกับผู้ขายที่ไม่ต้องมีหน้าร้านเเบบถาวร จึงช่วยประหยัดงบส่วนหนึ่งลงไปได้มาก ทั้งยังสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้นด้วย

 

ดังนั้นการเก็บรักษาต้นไม้ เป็นการท้าทายความสามารถของผู้ปลูกในเชิงพาณิชย์ อย่างต่อเนื่อง ในการจัดหาบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูง เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้า อย่างต้นไม้ที่มีความบอบบางเป็นอย่างมากได้รับความเสียหายที่ไม่พึงประสงค์ โดยเคล็ดลับที่ไม่ลับ MAKESEND ได้แนะนำไป เพื่อช่วยเหลือคุณในการจัดส่งต้นไม้ให้ถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย ไร้กังวลและหายห่วง

 

 

jum-jim.com

โบรกเกอร์ Forex
โบรกเกอร์ Forex คืออะไร ??

โบรกเกอร์ Forex คืออะไร ??

 

เทรดฟอเร็กซ์ คือ ตลาดสำหรับสกุลเงิน ซึ่งแตกต่างจากสินทรัพย์ที่ซื้อขายได้ส่วนใหญ่ เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจพอๆ กับที่เป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ โดยสรุปได้ง่ายๆ ว่า ถ้าประเทศต่าง ๆ เป็นบริษัท สกุลเงินจะเป็นหุ้นของบริษัทเหล่านั้น และมีธนาคารกลางเป็นผู้กำหนดนโยบายการเงิน จึงทำให้การตัดสินใจนโยบายการเงินเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อราคาในการซื้อขาย Forex 

 

โบรกเกอร์ Forex คือ บริษัทที่ทำหน้าที่รับคำสั่ง Buy และ Sell ของเทรดเดอร์ ส่งตรงไปยังศูนย์กลางตลาด Forex หรือ liquidity provider (ผู้ให้สภาพคล่อง)

 

ตัวอย่าง

นาย ก. เปิดออเดอร์ Sell > โบรกเกอร์รับออเดอร์นี้ไว้ แล้วส่งไปที่ > ตลาดกลาง

 

โบรกเกอร์ Forex แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

 

1. Dealing Desk (DD)

โบรกเกอร์ประเภท Dealing Desk (DD) ทำหน้าที่รับคำสั่งซื้อขายของเทรดเดอร์ไว้กับตัวเอง ไม่ส่งตรงไปยังศูนย์กลางตลาด Forex หรือ liquidity provider (ผู้ให้สภาพคล่อง)

 

ตัวอย่าง

นาย ก เปิดออเดอร์ Sell > โบรกเกอร์รับออเดอร์นี้ไว้ เมื่อเป็นกำไรโบรกเกอร์จะนำเงินของโบรกเกอร์จ่ายให้แทน

 

ลักษณะโดยทั่วไปของ Dealing Desk

-โบรกเกอร์เก็บออเดอร์ไว้เอง

-เราได้กำไร หมายถึง โบรกเกอร์ขาดทุน

-โบรกเกอร์สามารถ ตั้งกราฟราคาเองได้

-ไม่ค่อยโปร่งใส ในกราฟราคา

-ยิ่งเทรด ขาดทุน โบรกเกอร์ยิ่งได้กำไร

-กราฟราคาจะแกว่งตัวมากกว่าปกติ

 

ข้อดี Dealing Desk (DD)

-ค่าบริการถูกมาก

-สเปรดต่ำมาก และคงที่

 

ข้อเสีย Dealing Desk (DD)

-กราฟราคาไม่น่าเชื่อถือ

-อาจจะมีการโกงกราฟราคา

-โบรกเกอร์ ต้องการกำไรจากการขาดทุนของเทรดเดอร์

-ไม่โปร่งสัยเท่าที่ควร

-ปลอดภัยต่ำกว่า โบรกเกอร์ NDD

-เปิดคำสั่งซื้อขายล่าช้า

-โบรกเกอร์อาจจะกระชากกราฟราคาเอง เพื่อกิน Stop Loss

 

2. No Dealing Desk (NDD)

โบรกเกอร์ประเภท Non Dealing Desk (NDD) จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางเพียงเท่านั้น โดยจะส่งคำสั่งซื้อขายของเทรดเดอร์ ไปยังศูนย์กลางตลาด Forex หรือ liquidity provider (ผู้ให้สภาพคล่อง)

 

ตัวอย่าง

นาย ก เปิดออเดอร์ Sell > โบรกเกอร์ก็จะส่งออเดอร์นี้ไปให้ liquidity provider เมื่อเป็นกำไรโบรกเกอร์จะนำเงินจาก liquidity provider มาจ่ายให้นาย ก

 

ลักษณะโดยทั่วไปของ Non Dealing Desk

-โบรกเกอร์ไม่เก็บออเดอร์ไว้เอง

-โบรกเกอร์ ไม่มีส่วนได้-เสีย กับกำไรเรา

-โบรกเกอร์นำราคาจริงมาแสดง

-โปร่งใส ในกราฟราคา เชื่อถือได้

-ยิ่งเทรด ขาดทุน ก็ไม่มีผลกับโบรกเกอร์

-กราฟราคาเป็นไปตามธนาคารกลาง

 

ข้อดี Non Dealing Desk (NDD)

-กราฟราคาน่าเชื่อถือ

-ไม่โกงกราฟราคา

-โบรกเกอร์ ไม่ต้องการกำไรจากการขาดทุนของเทรดเดอร์

-ปลอดภัย

-เปิดคำสั่งซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว

-ไม่มีการกระชากกราฟราคาเอง เพื่อกิน Stop Loss

 

ข้อเสีย Non Dealing Desk (NDD)

-ค่าบริการที่แพงกว่า (แต่ไม่มาก)

-สเปรดต่ำสูงกว่า (แต่ไม่มาก)

 

โบรกเกอร์ Non Dealing Desk (NDD) แบบละเอียด

โบรกเกอร์ประเภท Non Dealing Desk (NDD) จะถูกแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

 

  1. STP (Straight Through Processing) คือ การประมวลผลโดยตรง เมื่อเทรดเดอร์เปิดออเดอร์คำสั่งซื้อขายจะถูกส่งตรงไปที่ตลาดกลางทันที

 

  1. ECN + STP (Electronic Communication Network + Straight Through Processing) คือ ระบบอัตโนมัติเพื่อเก็บคำสั่งซื้อที่ตรงกัน + การประมวลผลโดยตรง ลักษณะจะเป็นกึ่ง ECN และ STP ผสมผสานกัน ซึ่ง ECN หมายถึง การจับคู่คำสั่งซื้อขายของลูกค้า ในเครือ ECN ของตนเอง ซึ่งอาจจะเป็น ธนาคาร, กองทุน หรือเทรดเดอร์ตามบริษัทต่างๆก็ได้

 

เลือกโบรกเกอร์แบบไหนดี ??

แน่นอนว่า โบรกเกอร์ประเภท Non Dealing Desk (NDD) คือโบรกเกอร์ประเภทที่โปร่งใสที่สุด ปลอดภัยที่สุด และเหมาะกับการเทรดมากที่สุด

 

การเลือกโบรกเกอร์ประเภท Non Dealing Desk (NDD) อาจจะทำให้ต้องใช้เงินลงทุนที่มากกว่าโบรกเกอร์ ประเภท Dealing Desk (DD) เนื่องจากมี Leverage ที่ต่ำกว่า แต่ก็ทำให้การลงทุนปลอดภัยมากกว่าเช่นเดียวกัน

 

 

jum-jim.com

โบรกเกอร์ forex
ฝึกฝนเทคนิค forex ขั้นเทพ จากโบรกเกอร์ forex

ฝึกฝนเทคนิค forex ขั้นเทพ จากโบรกเกอร์ forex

 

โบรกเกอร์ forex มาทำความรู้จักกับ เทคนิค Forex ขั้นเทพ ที่หลายคนใฝ่ฝัน ว่าทำอย่างไรจึงจะได้ระบบเทพนี้ มาครอบครอง และวิธีการพัฒนา ตัวเองให้เป็นเทพ Forex และเมื่อนั้นอิสรภาพ ทั้งด้านเวลา เงิน ก็จะเป็นของคุณ ด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ เทรดเดอร์ธรรมดา ๆ หรือเทรดเดอร์มือใหม่ ก็นำไปใช้ได้ อ่านจบบรรลุธรรม ในการเทรดทันที ถ้าพร้อมกันแล้วตามมาดูเลย

 

หลายๆ คนใฝ่ฝัน อยากจะมีทางลัดในการเทรด forex แต่รู้หรือไม่ว่า มันไม่มีอยู่จริง ตัวคุณต่างหาก ที่สามารถฝึกฝนหาความรู้จนมีความเชี่ยวชาญในการเทรดในตลาด forex ได้อย่างเทพ และสามารถเป็นจริงได้อย่างแน่นอน ด้วยการฝึกฝนการเทรดอย่างถูกวิธี มีวินัยสม่ำเสมอ คุณเองก็สามารถเป็นนักเทรดที่ประสบความสำเร็จ ร่ำรวย ในตลาดนี้ได้เช่นเดียวกัน โบรกเกอร์ forex

 

ระบบเทรด Forex ขั้นเทพ เป็นเพียงสิ่งที่หลายๆ คนคิดกันไปเองเท่านั้นว่า เทรดเดอร์เก่งๆ จะต้องมีระบบแบบนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วระบบเทรด ก็เหมือนรถยนต์ดีๆคันหนึ่ง ถ้าผู้ที่ขับขี่ไม่เป็น ก็ไม่สามารถที่จะนำรถไปถึงยังปลายทางได้ แน่นอนการขับรถเป็นทักษะ ที่ใช้เวลาในการฝึก การเทรด Forex ก็เช่นกัน

 

เมื่อกระบี่อยู่ที่ใจ ระบบเทรด Forex ขั้นเทพ ก็เป็นเพียงแค่เครื่องมือธรรมดา ให้เทรดเดอร์ ที่มีฝีมือระดับเทพต่างหากใช้เทรดให้ได้กำไร ปั้นพอร์ต ให้เติบโต แล้วออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

 

วิธีพัฒนาตัวเองให้เป็นเทรดเดอร์ขั้นเทพ

 

-เรียนรู้ จากการ อ่านหนังสือ แรกเริ่มของการเรียนรู้ ด้วยการหาหนังสือ เกี่ยวกับการเทรด มาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ ในการเทรด ในภาพรวมสักเล่มหนึ่ง จะเป็นเสมือนคู่มือ ที่ติดตัว ไว้สามารถเปิดค้นหาข้อมูล ได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ตรงไหนไม่เข้าใจ ก็สามารถเปิดดูซ้ำ ๆ ได้ เพื่อที่จะได้มีความเข้าใจ ในเรื่องของตลาด Forex มากขึ้น

 

-เข้าอบรม หรือสัมมนา เป็นการหาประสบการณ์ใหม่ ๆ การเข้าอบรม หรือสัมมนา จากทางโบรกเกอร์จัดให้ จะทำให้ได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ พบเพื่อนเทรดใหม่ ๆ มีโอกาสแลกเปลี่ยนแนวคิดหรือวิธีการเทรด สิ่งนี้จะทำให้พัฒนา และก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว

 

-ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าทฤษฎีใดก็ตาม จะต้องเรียนรู้ให้ถ่องแท้ และนำมาฝึกฝน ให้ชำนาญ อย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้จะทำให้เกิด ทักษะในการเทรด และเมื่อเกิดทักษะ ไม่ว่าอะไรก็ตาม จะเป็นเรื่องง่ายไปหมด เสมือนกับการขับรถ แรก ๆ ก็อาจจะต้องคิด แต่พอผ่านไปสักพัก ทุกอย่าง ก็จะเป็นไปอย่างอัตโนมัติ

 

-ปรับปรุง แก้ไขอยู่ตลอดเวลา จะต้องมีการวิเคราะห์ ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลง ตามสถานการณ์ ถ้าเทคนิคไหน ใช้แล้วไม่เกิดผล ก็ควรที่จะหาทางปรับปรุง หรือพัฒนาให้เป็นระบบ เพราะสิ่งนี้จะทำให้เกิดการพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

 

หาต้นแบบ ในการเทรด เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ มีอยู่มากมาย ลองเลือกต้นแบบขึ้นมา สักหนึ่งคน และให้ศึกษาวิธีคิด วิธีเทรดของคน ๆ นั้น จะทำให้สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อถึงจุดหนึ่ง มีประสบการณ์มากพอ แล้วจึงค่อยพัฒนา ระบบเทรดของตัวเองขึ้นมา

 

เทรดเดอร์มือใหม่ คนหนึ่ง เริ่มต้นจากการ ถูกชักชวน จากเพื่อน และได้มีต้นแบบในการเทรดที่มีชื่อเสียง และพัฒนาฝึกฝน ทำตามต้นแบบ อย่างเคร่งครัด และมีการปรับปรุงพัฒนา ตัวเองอยู่ตลอดเวลา และไม่นานก็สามารถทำกำไร ในตลาดนี้ได้เป็นอย่างดี

 

การวิเคราะห์คือกุญแจสำคัญ

การวิเคราะห์ไม่ได้เป็นเพียงกุญแจสู่ความสำเร็จในการเทรดเท่านั้น แต่เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้การเทรด Forex ใช้งานได้จริง โดยมีการวิเคราะห์ตลาดหลักๆ 2 อย่าง คือการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและการวิเคราะห์ทางเทคนิค

 

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เป็นรูปแบบการตรวจสอบทางการเงินที่พัฒนาขึ้น เฉพาะในขนาดของประเทศหรือในระดับโลก จึงเป็นรูปแบบการคาดการณ์ราคาที่เก่าแก่ที่สุด ที่ใช้การดูองค์ประกอบต่างๆ ของเศรษฐกิจต่างๆ ในระยะปัจจุบันของวัฏจักร เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง การคาดการณ์ในอนาคต และผลกระทบที่เป็นไปได้ในตลาด และการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน มีจุดประสงค์เพื่อการลงทุนและการซื้อขายระยะยาว จึงเป็นการวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับ GDP ของประเทศ อัตราการว่างงาน อัตราดอกเบี้ย ปริมาณการส่งออก สงคราม การเลือกตั้ง ภัยธรรมชาติ และความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ซึ่งสิ่งที่ส่งผลต่ออุปสงค์และอุปทาน โดยการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจำเป็นต้องมีความเข้าใจในเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ และจัดการกับปัจจัยต่างๆ ที่ตลาดยังไม่ได้คำนึงถึง

 

ข้อดีข้อเสียของการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

โดยข้อเสียของการวิเคราะห์ประเภทนี้ คือ องค์ประกอบของความไม่แน่นอนที่ปัจจัยการผลิตจำนวนมากสร้างขึ้น และข้อดีของการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน คือ เมื่อดำเนินการอย่างถูกต้อง ก็สามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาพื้นฐานที่สามารถช่วยสร้างผลกำไรในช่วงเวลาที่ยาวนานได้

 

การวิเคราะห์ทางเทคนิค

การวิเคราะห์ทางเทคนิค เป็นรูปแบบการวิเคราะห์ตลาดที่เล็กกว่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับ 2 ตัวแปรเท่านั้น คือ เวลาและราคา ซึ่งสามารถวัดได้อย่างเคร่งครัด และเป็นข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ทั้งด้วยเหตุนี้สำหรับหลายๆ คน การเทรด Forex จึงสร้างโอกาสได้มากขึ้นในการวิเคราะห์กราฟแทนการวิเคราะห์จากข้อมูลทางเศรษฐกิจ

 

ซึ่งการวิเคราะห์ทางเทคนิคสามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการเทรดทั้งระยะสั้นและระยะยาว และเป็นสิ่งเดียวที่มีสำหรับการทำ Scalping อย่างนักเก็งกำไร ผู้ซึ่งทำกำไรจากความผันผวนรายวันแทนการเทรดตามเทรนด์

 

ข้อดีข้อเสียของการวิเคราะห์ทางเทคนิค

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณอย่างแม่นยำตามตลาด มีข้อเสียคืออาจส่งผลกระทบต่อตลาดไปแล้ว ในการเชื่อถือผลลัพธ์ของการวิเคราะห์ทางเทคนิค ซึ่งมีแนวคิดที่ว่าการก่อตัวของราคาในอดีตอาจส่งผลต่อการก่อตัวของราคาในอนาคต โดยอาจเป็นเรื่องที่อาจดูไร้สาระสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

 

โดยสรุปก็คือ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานคือนักสืบทางเศรษฐกิจที่มีอาศัยองค์ประกอบของการคาดการณ์ในอนาคต ในขณะที่การวิเคราะห์ทางเทคนิคคือการมองภาพรวมด้านราคา สถิติ และเวลาที่มองเห็นได้ 

 

 

jum-jim.com

เซตถวายพระ
เซตถวายพระ

เซตถวายพระ

 

เซตถวายพระ บุญก็อยากทำ ไวรัสก็กลัวติด หลายๆอย่างที่ไม่เคยเห็นก็ได้มาเห็นกันในตอนนี้ ปกติแล้วพระท่านจะได้รับเชิญไปสวดตามอีเวนต์ หลักๆ เช่น งานขึ้นบ้านใหม่ งานศพ หรืองานทำบุญร้อยวัน ซึ่งเป็นงานที่คนมารวมตัวกันเยอะมากๆ แต่สถานการณ์ในตอนนี้ ชาวบ้านในชุมชนเองก็ต่างหวาดกลัวกับไวรัสกันทั้งนั้น บุญก็อยากมี แต่ก็กลัวติดโควิด การทำบุญในยุคสมัยนี้จึงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ๆ

 

การจัดงานบุญ คงหนีไม่พ้นเครื่องหอมดอกไม้ เครื่องสังฆภัณฑ์ และมีอีกอย่างนึงที่สำคัญและมิอาจมองข้ามไปได้ นั่นคือ อาหารที่เราจัดตรียม เพื่อที่จะนำไปมอบแด่พระภิกษุสงฆ์ สามเณร และที่มักจะมาควบคู่กันก็เป็นพิธีกรรมต่างๆ เช่น ไหว้บรรพบุรุต บูชาโต๊ะหมู่ ศาลเจ้าที่ ฯลฯ ตามแต่ความเชื่อที่ได้รับการสืบต่อกันมานั่นเอง 

 

เมื่อนึกถึงชุด เซตกับข้าว “อาหารถวายพระ” หลายๆคนอาจยังนึกไม่ออกว่าเช้ามาเราจะนำอาหารชนิดไหนใส่บาตรดี? ก่อนเที่ยงจะถวายภัตราหารสำหรับพระเมนูที่ดีควรจะเป็นอะไร? ชุดอาหารหนึ่งสำรับถวายพระควรจะประกอบด้วยอะไร บ้าง? มีข้อจำกัดในการทำบุญถวายอาหารให้พระอะไรบ้างมั้ย?

 

การทำบุญ ใส่บาตร ส่วนนึงก็มักจะเลือกอาหารที่ตนเองชอบทานนั่นเอง และบางส่วนก็จะเน้นไปทางอาหารมงคลสำหรับทำบุญโดยเฉพาะ สิ่งแรกเมื่อเราคิดจะทำบุญ คือการจัดอาหารเลี้ยงถวายพระ เราเองต้องมีงบประมาณที่เหมาะสม ศึกษาถึงข้อห้ามต่างๆ  อาหารที่ไม่ควรนำมาใช้ก็จำพวกอาหารสดหรือยังไม่ผ่านการปรุงหรือต้องนำไป ปรุงต่อ วัตถุดิบที่ได้มาจากสัตว์ป่าบางชนิด

 

ในปัจจุบันอาหารที่นิยมถวายพระ เซตถวายพระ มักมีความหมายมงคลแฝงไว้ โดยสื่อถึง ความเจริญ งอกงาม อยู่อย่างร่มเย็น เฟื่องฟู การงานก้าวหน้า ชีวิตมั่นคง ฯลฯ จำนวนเมนูที่นิยมใช้ทำบุญ เช่น อาหารคาว ข้าวสวย ขนมหรือผลไม้ (ปอกเปลือกแล้วหรือนำมารับประทานได้ทันที) แนะนำชุดเซตอาหารทำบุญ ถวายเพล อย่างง่ายๆ และมีความหมายและราคาไม่สูงมากนัก ซึ่งทางร้าน อาม่า บ้อค ก็มีเซตกับข้าวถวายพระ มาให้เลือกกันหลากหลายเซต

 

อาหารเลี้ยงพระ อาหารชุดทำบุญ สั่งเป็นเซตกับข้าว

เซตถวายพระ(คละได้ 4 เซต)

 

(ทำบุญ1) ข้าวหอมมะลิ+คะน้าหมูกรอบ+ปลากะพงทอดน้ำปลา+ครองแครง+น้ำเก๊กฮวย

บรรจุด้วยถุงทองพร้อมติดโบว์

 

(ทำบุญ2) ข้าวหอมมะลิ+ปลากะพงทอดกระเทียม+หมูทอดน้ำปลา+ครองแครง+น้ำเก๊กฮวย

บรรจุด้วยถุงทองพร้อมติดโบว์

 

(ทำบุญ3) ข้าวหอมมะลิ+ผัดผักรวมมิตร(เจ)+ไข่เจียวไช่โป้ว+ครองแครง+น้ำเก๊กฮวย

บรรจุด้วยถุงทองพร้อมติดโบว์

 

(ทำบุญ4) ข้าวหอมมะลิ+ลาบหมู+ต้มแซ่บ+ครองแครง+น้ำชามะนาว

บรรจุด้วยถุงทองพร้อมติดโบว์

 

(ทำบุญ5) ข้าวหอมมะลิ+คั่วกลิ้งไก่ปักษ์ใต้+เห็ดออรินจิคั่วเกลือ+ครองแครง+น้ำชามะนาว

บรรจุด้วยถุงทองพร้อมติดโบว์

 

(ทำบุญ6) ข้าวหอมมะลิ+กะพงทอดน้ำปลา + เห็ดออรินจิคั่วเกลือ+ครองแครง+น้ำชามะนาว

บรรจุด้วยถุงทองพร้อมติดโบว์

 

(ทำบุญ7) ข้าวหอมมะลิ+กะพงผัดขึ้นฉ่าย + กะเพราทะเล+ครองแครง+น้ำชามะนาว

บรรจุด้วยถุงทองพร้อมติดโบว์

 

(ทำบุญ8) ข้าวหอมมะลิ+กะพงสามรส(น้ำจิ้ม)+กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา+ครองแครง+น้ำชามะนาว

บรรจุด้วยถุงทองพร้อมติดโบว์

 

(ทำบุญ9) ข้าวหอมมะลิ+หมูทอดเปรี้ยวหวาน+กะเพราหมูยอ+ครองแครง+น้ำชามะนาว

บรรจุด้วยถุงทองพร้อมติดโบว์

 

(ทำบุญ10) ข้าวหอมมะลิ + หอยลายผัดพริกเผา + หมูทอดน้ำปลา+ครองแครง+น้ำชามะนาว

บรรจุด้วยถุงทองพร้อมติดโบว์

 

เลือกเซตทำบุญได้แล้ว ผ่านทางหน้าเว็บ ง่ายๆกับการทำบุญวิถีใหม่ (New Normal) ที่สะดวก  ดูดี อร่อย ถูกหลักอนามัย อาหารเลี้ยงพระเดลิเวอรี่ เซตเลี้ยงพระ ชุดอาหารคาวหวานราคาประหยัด แค่อธิษฐาน ถวายได้ทันที อาหารบรรจุในถ้วยมีฝาปิดมิดชิด สะอาดปลอดภัย ไม่ต้องจัดเตรียมอุปกรณ์จานชาม สะดวก สบาย ประหยัดเวลาเจ้าภาพ สามารถถวายภัตตาหารพระสงฆ์ทั้งห่อได้ ไม่ต้องแกะห่อ สามารถประเคนถวายทั้งชุด

 

 

jum-jim.com

ล้อแม็ก KONING
ล้อแม็ก KONING

ล้อแม็ก KONING 

 

ล้อแม็กซ์ KONING ที่มีชื่อเสียงมากว่า40 ปีเน้นใช้งานระดับMotor Sport โดย ล้อแม็กซ์KONING ยังมีแบรนด์ล้อแม็กซ์ดังๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์อีกหลากหลายแบรนด์ไม่ว่าจะเป็น Advanti Racing Maxxim, Bravado Performance, และMamba Off-road ยังมีการผลิตล้อให้กับบริษัทรถยนต์อยางแพร่หลายในรูปแบบOEM นอกจากนั้นล้อแม็กซ์KONING  จุดเด่นการออกแบบคือน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งยังเป็นผู้นำเรื่องเทคโนโลยีFlow Forming มีมาตรฐานที่เข็มงวดมั่นในและพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 

ล้อแม็กซ์ KONING

KONIG N781D 17X8.5 ET35 DGM8K 5H114.3

20,000.00 ฿
KONIG N781 17×8 ET35 Race Bronze 5H114
20,000.00 ฿

รวมล้อแม็ก 

ล้อแม็ก VOSSEN

ล้อสุดหรู VOSSEN ที่เรียกได้ว่าเป็นศิลปะทางวิศวกรรมได้เลยทีเดียว กับการทำล้อแม็กซ์ที่ใช้การทำมือต้นกำเหนิดจากไมอามีฟลอริดา – สหรัฐอเมริกา ล้อแม็กซ์ VOSSEN เป็นแบรนด์ล้อขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีการกดแท่งอะลูมิเนียมด้วยแรงอัดสูง ทำให้สามารถออกแบบได้หลายรูปแบบ ล้อแม็กซ์ VOSSEN มีความเป็นเอกลักษณ์ด้วยขั้นตอนการผลิตที่เรียกได้ว่าเข้าขั้นงานศิลปะเลยทีเดียว ล้อแม็กซ์ VOSSEN ไม่แปลกเลยว่าทำไม ล้อแม็กซ์ VOSSEN ถึงมีราคาสูงระดับต้นๆเลยทีเดียว

 

ล้อแม็ก GRAM LIGHTS

หลายๆ คนคงได้ยินกับชื่อ ล้อแม็กซ์ RAYS ล้อซิ่งที่ขึ้นชื่อว่ามีน้ำหนักเบาแข็งแรงใช้ในสนามแข่ง ล้อแม็กซ์ GRAM LIGHTS ก็เป็นแบรนด์ล้อแม็กซ์ที่อยู่ในเครือของ RAYS Engineering ล้อแม็กซ์ GRAM LIGHTS เป็นแบรนด์ที่เน้นด้านสมรรถนะ เช่นเดียวกัน แต่เป็นแบรนด์ที่ใช้การขึ้นรูปด้วยการหล่อ โดยล้อแม็กซ์ GRAM LIGHTS จะเน้นการตอบสนองการขับขี่จึงมีรูปลักษณ์การออกแบบอย่างที่เราคุ้นตา

 

ล้อแม็ก WORK

ล้อแม็กซ์ WORK เป็นล้อแม็กซ์ระดับไฮเอ็นของทั้งวงการมอเตอร์สปอร์ต และรูปแบบการแต่งทั่วไปในญี่ปุ่น และรุ่นที่เป็นที่รู้จักกันดีของ ล้อแม็กซ์ WORK นั้นคือ WORK Equip และ WORK Meister เรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักในหมู่คนแต่งรถกันอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่นจนขยายมาถึงประเทศไทย ล้อแม็กซ์ WORK มีประวัติยาวนานเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 1977 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ โอซากา ประเทศญี่ปุ่นภายใต้ชื่อ Work Co,. Ltd ล้อแม็กซ์ WORK นั้นจะมีลักษณะการออกแบบที่โดดเด่นในลักษณะที่เป็นล้อ 2 ชิ้น มาประกอบกัน

 

ล้อแม็ก VOLK

ล้อแม็กซ์ VOLK อีกหนึ่งแบรนด์ในอาณาจักรของ RAYS Engineering ที่เรียกได้ว่า ล้อแม็กซ์ VOLK เป็นแบรนด์เรือธงของ RAYS Engineering เลยก็ว่าได้ ล้อแม็กซ์ VOLK มีชื่อเรียกกันอย่างแพร่หลายในชื่อ VOLK RACING Wheel ที่บ่งบอกได้ถึงมาตรฐานที่สูง และเทคโนโลยีจากสนามแข่ง ล้อแม็กซ์ VOLK มีจุดเด่นคือ การขึ้นรูปด้วยการอัดขึ้นรูป ทำให้ทั้งเบา และแข็งแรง เหมาะกับการรองรับสมรรถนะการขับขี่ได้อย่างเต็มกำลัง พร้อมงานออกแบบที่คุ้นตาของ ล้อแม็กซ์ VOLK ไม่ว่าจะเป็น TE37 หรือ CE28 ที่เป็นที่นิยมในประเทศไทยอย่างแพร่หลาย

 

ล้อแม็ก O.Z.

ล้อแม็กซ์ O.Z เป็นแบรนด์ผู้ผลิตล้ออัลลอยสำหรับตลาดยานยนต์ชั้นนำ อย่างเช่นล้อที่ใช้แข่งขันในหลายๆรายการ ไม่ว่าจะเป็น F1, Rally, DTM, Indy และอื่นๆ นอกจากนั้น ล้อแม็กซ์ O.Z ยังเป็นล้อเพื่อการผลิต OEM ของรถยนต์สมรรถนะสูงระดับซุปเปอร์คาร์บางรุ่นของ Ferrari, Lamborghini, Maserati, Aston Martin, Lotus และ McLaren ด้วยประวัติการอยู่บนสนามที่ยาวนานของ ล้อแม็กซ์ O.Z ทำให้ ล้อแม็กซ์ O.Z เป็นแบรนด์ที่จะเห็นได้เยอะสุดในวงการรถแข่ง

 

ล้อแม็ก AMERICAN RACING

ล้อแม็กซ์ AMERICAN RACING ต้นตำหรับของล้อเพื่อการแข่ง Drag ด้วยแนวคิดที่จะสร้างล้อที่มีความแข็งแรง และเบาเพื่อการแข่งทางตรงทำให้เกิดการพัฒนาเป็นล้อแม็กซ์นิเซียมที่สำหรับการแข่ง Drag โดยเฉพาะ และโด่งดังกับการออกแบบที่ทันสมัยจนได้รับความนิยม และก่อตั้งเป็น ล้อแม็กซ์ AMERICAN RACING กับโมเดลที่สร้างชื่ออย่าง American Racing Torq Thrust Wheel ล้อแม็กซ์ AMERICAN RACING จึงเป็นล้อที่มีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ Muscle car ตามสไตล์ของอเมริกา

 

ล้อแม็ก ENKEI

ล้อแม็กซ์ ENKEI เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ล้อแม็กซ์ชั้นนำที่มีอายุ และประสบการณ์ยาวนาน ด้วยการก่อตั้งตั้งแต่ปี 1950 ที่ชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น โดย ล้อแม็กซ์ ENKEI ก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาล้อที่มีนวัตกรรม และคุณภาพสูงสุดให้กับนักแข่งและผู้ที่ชื่นชอบในการขับขี่รถยนต์ ในปัจจุบัน ล้อแม็กซ์ ENKEI มีการออกแบบที่หลากหลาย ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีมาโดยตลอดทั้งการพัฒนาล้อเพื่อการแข่งขัน และเพื่อรถยนต์ตามท้องถนน อีกทั้งยังสร้างสมประสบการจากการผลิตล้อเพื่อรถยนต์ OEM อีกหลากหลายยี้ห้อ ล้อแม็กซ์ ENKEI มีจุดเด่นในการออกแบบล้อให้เข้ากับชนิดของรถยนต์ได้อย่างโดดเด่น และสวยงามล้อแม็กซ์ ENKEI มีรุ่นยอดนิยม และรู้จักกันดี คือ RPF1 ที่เป็นขวัญใจขาซิ่ง และ RPT1 ที่กระบะชอบใส่กัน

 

ล้อแม็ก RONAL

ล้อแม็กซ์ RONAL ล้อมาตรฐานยุโรปที่ออกแบบด้วยนวัตกรรมแบบยุโรป ที่ทำให้รถยนต์ OME แบรนด์ดังในยุโรปหลายต่อหลานรุ่น ล้อแม็กซ์ RONAL ยังสร้างชื่อเสียงการออกแบบในลักษณะของรถยนต์คราสสิคตั้งแต่ปี 1983 ล้อแม็กซ์ RONAL มีเอกลักษณ์การออกแบบที่ดูหรูหรา และคราสสิค นอกจากนั้น ล้อแม็กซ์ RONAL มีล้อที่ผลิตจากโรงงานรักโลกที่ไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เลย เป็นที่แรกของโลก นั้นคือ ล้อแม็กซ์ RONAL รุ่น R70-Blue

 

ล้อแม็ก BBS

ล้อแม็กซ์ BBS ล้อที่มีทั้งประสบการณ์ และประวัติยาวนานถึง 37 ปี ด้วยแรงผลักดันการออกแบบของวงการมอเตอร์สปอร์ต ล้อแม็กซ์ซ์ BBS เชื่อมั่นในทุกการผลิตด้วยเทคโนโลยีกดอัดแน่น ที่แน่นการออกแบบให้เป็นล้อแม็กซ์อัลลอยที่มีน้ำหนักเบา และมีจิตวิญญาณในการแข่งขันอยู่ในการออกแบบแต่ละรุ่น

 

 

jum-jim.com

โช้คโปรเฟนเดอร์

โช้คโปรเฟนเดอร์

 

โช้คโปรเฟนเดอร์ เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่มีผลต่อการขับขี่เป็นอย่างมาก เพราะโช้คอัพจะช่วยให้การขับรถเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย เและยังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยรองรับแรงกระแทกของตัวถังรถ ลดแรงสั่นสะเทือนของรถ ทั้งยังช่วยหน่วงน้ำหนักในการเคลื่อนที่ขึ้น-ลงให้กับรถยนต์ทั้งคันอีกด้วย ซึ่งหากโช้คอัพของรถยนต์เสีย จะทำให้การขับขี่ไม่นุ่มนวล รู้สึกแข็งกระด้างเวลาขับรถผ่านหลุม เนิน หรือลูกระนาด อีกทั้งยังทำให้รถยนต์เสียศูนย์เมื่อใช้ความเร็ว และมีอาการโคลงเคลงเวลาเลี้ยวโค้ง และยังทำให้ควบคุมรถได้ยากด้วย ในวันนี้ทาง Carsome จะพาทุกคนไปทำความรู้จักเรื่องโช้คอัพกันให้มากขึ้น รวมไปถึงปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดได้หากโช้คอัพมีปัญหา ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปดูกันดีกว่าค่ะ โช้คโปรเฟนเดอร์

 

profender

โช้ค profender โช้คอัพรถคืออะไร?

โช๊คอัพ (Shock Absorber) เป็นอุปกรณ์ไฮดรอลิคสำคัญที่ช่วยในเรื่องของการรองรับแรงกระแทก ลดแรงสั่นสะเทือนของรถ ทำให้เวลาขับรถบนหนทางที่ไม่ราบเรียบจะทำให้ขับรถได้นุ่มนวลขึ้น ดูดซับแรงกระแทกได้ดี ซึ่งการมีโช๊คอัพก็จะช่วยให้การขับรถสะดวกปลอดภัยมากขึ้นและยังช่วยทำหน้าที่หน่วงการเคลื่อนที่ขึ้นลงของตัวถังรถยนต์ เพื่อให้ล้อรถสัมผัสกับผิวถนนตลอดเวลาขณะรถวิ่ง โดยการควบคุมการยุบและการสั่นของสปริง หรือแหนบและเปลี่ยนการสั่นสะเทือนจากพลังงานกลให้เป็นพลังงานความร้อน ซึ่งการดูแลโช้คอัพเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ หากอยากให้การขับรถราบรื่นไม่มีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ใช้งานรถยนต์บ่อยๆ ค่ะ

 

วิธีตรวจสอบการชำรุดของ “โช้คอัพ” โช้ค profender

-การสังเกตจากสภาพภายนอก เช่นอาจจะสังเกตจากสภาพการสึกของดอกยาง อาการที่รู้สึกได้จากการขับขี่บนท้องถนนที่ทำให้การขับขี่ไม่นิ่มนวล ซึ่งอาการผิดปกติอาจเกิดขึ้นจากโช้คอัพ

-เครื่องทดสอบโช้คอัพ (Shock Tester Machine)

-การขับทดสอบ (Road Test)

– การเทียบกับของใหม่ (Compare with new shock)

 

ตรวจสอบสภาพโช้คอัพเบื้องต้นด้วยตัวเอง

-ทำได้โดยการจอดรถยนต์นิ่งๆ ใช้น้ำหนักร่างกายขย่มลงบนตัวถัง ใกล้กับโช้คอัพตัวที่ต้องการตรวจสอบ ขย่มลงไปสัก 5 ครั้งและปล่อย ถ้าตัวรถต้องขยับขึ้นลงอีก 1-3 ครั้ง แสดงว่าโช้คอัพยังควบคุมความยืดหยุ่นได้ แต่ถ้าตัวรถขยับขึ้นลงมากกว่า 3 ครั้ง แสดงว่าโช้คอัพหมดความหนืด ไม่สามารถควบคุมความยืดหยุ่นได้ เรียกว่าโช้คอัพตาย ไม่สามารถยืดยุบตัวได้ตามปกติ

 

ถ้าโช้คอัพพังจะเกิดอะไรขึ้น?

โช้คอัพนั้นเป็นชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์ที่หลาย ๆ คนทราบกันดีว่าช่วยให้การขับรถยนต์นั้นราบรื่น นุ่มนวล ไม่มีการกระเด้งขึ้น – ลง ตามแรงเหวี่ยงของถนน ซึ่งถ้าหากโช้คอัพพังนั้นก็อาจจะทำให้รถยนต์นั้นควบคุมได้ยากมากขึ้น ทำให้การขับรถยนต์มีปัญหา และเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ หากรถยนต์เสียการควบคุมเนื่องจากโช้คอัพมีปัญหา โดยเฉพาะเวลาที่ต้องขับรถเข้าโค้ง รถยนต์จะไม่สามารถทรงตัวได้ดี อีกทั้งยังรวมไปถึงปัญหาน้ำมันรั่วที่ต้องพบเจอบ่อย ๆ เมื่อโช้คอัพมีปัญหาด้วยค่ะ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว ทางที่ดีควรเลือกใช้โช้คอัพที่มีคุณภาพและควรเปลี่ยนโช้คอัพทุก ๆ 3 ปี หรือสามารถเช็กได้จากระยะทาง โดยเริ่มตั้งแต่ 50,000 – 100,000 กม.ก็สามารถเริ่มพิจารณาถึงการเปลี่ยนโช้คอัพใหม่ได้ หรือสามารถเช็กสภาพการใช้งานของโช้คอัพได้ตั้งแต่ระยะทาง 20,000 กม. ขึ้นไปค่ะ 

 

วิธีดูแลรักษาโช้คอัพ

การดูแลรักษาโช้คอัพเป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้โช้คอัพของเรามีอายุการใช้งานที่นานขึ้นแถมยังช่วยถนอมโช้คอัพไม่ให้ชำรุดง่ายอีกด้วย ซึ่งมีวิธีดูแลรักษาโช้คอัพง่าย ๆ ดังนี้

 

ไม่ควรบรรทุกของที่หนักจนรถของเราจะรับไหวหรือหนักจนเกินไป เช่น สัมภาระต่างๆไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า บางคนคิดว่าเก็บไว้ในรถจะทำให้สะดวกสบาย แต่ของเหล่านี้อาจจะทำให้รถของเราหนักเกินความจำเป็น นอกจากโช๊คอัพจะมีประสิทธิภาพที่ลดน้อยลงแล้วยังทำให้เราเปลืองน้ำมันในการขับรถอีกด้วย เพราะบรรทุกของหนักเกินไปนั่นเอง

 

ในการขับรถกันเราไม่ควรใช้ความเร็วเกินกว่ากำหนด เพราะจะส่งผลให้ช่วงล่างของรถยนต์ของเรานั้นเสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็ว บางคนเจอลูกระนาด เจอหลุม เหยียบคันเร่งผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ผ่อนความเร็วรถ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดมากๆ ดังนั้นเวลาเจอลูกระนาดเจอหลุมต่างๆเราควรชะลอรถแล้วผ่านไปอย่างนุ่มนวลที่สุดจะช่วยรักษาโช๊คอัพของเราได้ดียิ่งขึ้น

 

หากการเดินทางไปสถานที่ใกล้ๆเราควรเช็คช่วงล่างและยางลมของเราให้ดี ซึ่งการเช็คนั้นก็เช็คได้ง่ายๆ คือเราลองขับถนนเลียบทางตรงจากนั้นก็สังเกตดูว่าพวงมาลัยของเรานั้นตรงหรือไม่ถ้าหากลงแสดงว่ายังดีอยู่แต่ถ้าหากไม่ตรงก็ต้องไปตั้งศูนย์ใหม่ และถ้าหากขับไปแล้วได้ยินเสียงกุกกักต้องรีบไปแก้ไข และในเรื่องของโช๊คอัพ ถ้าจะต้องตรวจคราบน้ำมันที่บริเวณโช๊คของเราว่ามีการรั่วหรือไม่ เพราะระบบเหล่านี้มีผลต่อรถยนต์ของเราอย่างแน่นอน

 

Profender เป็นโช๊คผลิตจากประเทศไทย ที่ส่งออกแล้วทั่วโลก รวมถึงอเมริกา และ ยุโรป ส่วนใหญ่ตัวโช๊คจะเป็นระบบ Monotube ซึ่งจะตอบโจทย์ทั้งความนุ่มและหนึบช่วยลดอาการโคลงเคลง ที่จะชอบมีในรถ Pickup และ PPV ซึ่งโช๊ค Profender มีรุ่นและคุณสมบัติ ดังนี้

✴️Profender Monotube2.0 ปรับระดับนุ่มแข็งไม่ได้ คู่หน้าปรับสูงต่ำได้

✴️Profender Monotube Subtank เป็น Subtank แยก ปรับนุ่มแข็งได้ 8 ระดับ คู่หน้าปรับสูงต่ำได้

✴️Profender Queenseries มี Subtank ในตัว คู่หน้าปรับสูง-ต่ำได้และปรับนุ่มแข็งได้ 16 ระดับมาพร้อมสปริง คู่หลังปรับนุ่มแข็งได้ 8 ระดับ

✴️Profender OEM2.5 เป็น Subtank แยก ปรับนุ่มแข็งได้ 8 ระดับ คู่หน้ามาพร้อมสปริง ปรับสูงต่ำได้ (แต่โหลดเตี้ยกว่า STD ไม่ได้)

โช้ครถยนต์ profender

โช้ครถยนต์ profender

 

โช้ค profender  เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่มีผลต่อการขับขี่เป็นอย่างมาก เพราะโช้คอัพจะช่วยให้การขับรถเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย เและยังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยรองรับแรงกระแทกของตัวถังรถ ลดแรงสั่นสะเทือนของรถ ทั้งยังช่วยหน่วงน้ำหนักในการเคลื่อนที่ขึ้น-ลงให้กับรถยนต์ทั้งคันอีกด้วย ซึ่งหากโช้คอัพของรถยนต์เสีย จะทำให้การขับขี่ไม่นุ่มนวล รู้สึกแข็งกระด้างเวลาขับรถผ่านหลุม เนิน หรือลูกระนาด อีกทั้งยังทำให้รถยนต์เสียศูนย์เมื่อใช้ความเร็ว และมีอาการโคลงเคลงเวลาเลี้ยวโค้ง และยังทำให้ควบคุมรถได้ยากด้วย ในวันนี้ทาง Carsome จะพาทุกคนไปทำความรู้จักเรื่องโช้คอัพกันให้มากขึ้น รวมไปถึงปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดได้หากโช้คอัพมีปัญหา ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปดูกันดีกว่าค่ะ โช้ค profender

 

profender

โช้ค profender โช้คอัพรถคืออะไร?

โช๊คอัพ (Shock Absorber) เป็นอุปกรณ์ไฮดรอลิคสำคัญที่ช่วยในเรื่องของการรองรับแรงกระแทก ลดแรงสั่นสะเทือนของรถ ทำให้เวลาขับรถบนหนทางที่ไม่ราบเรียบจะทำให้ขับรถได้นุ่มนวลขึ้น ดูดซับแรงกระแทกได้ดี ซึ่งการมีโช๊คอัพก็จะช่วยให้การขับรถสะดวกปลอดภัยมากขึ้นและยังช่วยทำหน้าที่หน่วงการเคลื่อนที่ขึ้นลงของตัวถังรถยนต์ เพื่อให้ล้อรถสัมผัสกับผิวถนนตลอดเวลาขณะรถวิ่ง โดยการควบคุมการยุบและการสั่นของสปริง หรือแหนบและเปลี่ยนการสั่นสะเทือนจากพลังงานกลให้เป็นพลังงานความร้อน ซึ่งการดูแลโช้คอัพเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ หากอยากให้การขับรถราบรื่นไม่มีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ใช้งานรถยนต์บ่อยๆ ค่ะ

 

วิธีตรวจสอบการชำรุดของ “โช้คอัพ” โช้ค profender

-การสังเกตจากสภาพภายนอก เช่นอาจจะสังเกตจากสภาพการสึกของดอกยาง อาการที่รู้สึกได้จากการขับขี่บนท้องถนนที่ทำให้การขับขี่ไม่นิ่มนวล ซึ่งอาการผิดปกติอาจเกิดขึ้นจากโช้คอัพ

-เครื่องทดสอบโช้คอัพ (Shock Tester Machine)

-การขับทดสอบ (Road Test)

– การเทียบกับของใหม่ (Compare with new shock)

 

ตรวจสอบสภาพโช้คอัพเบื้องต้นด้วยตัวเอง

-ทำได้โดยการจอดรถยนต์นิ่งๆ ใช้น้ำหนักร่างกายขย่มลงบนตัวถัง ใกล้กับโช้คอัพตัวที่ต้องการตรวจสอบ ขย่มลงไปสัก 5 ครั้งและปล่อย ถ้าตัวรถต้องขยับขึ้นลงอีก 1-3 ครั้ง แสดงว่าโช้คอัพยังควบคุมความยืดหยุ่นได้ แต่ถ้าตัวรถขยับขึ้นลงมากกว่า 3 ครั้ง แสดงว่าโช้คอัพหมดความหนืด ไม่สามารถควบคุมความยืดหยุ่นได้ เรียกว่าโช้คอัพตาย ไม่สามารถยืดยุบตัวได้ตามปกติ

 

ถ้าโช้คอัพพังจะเกิดอะไรขึ้น?

โช้คอัพนั้นเป็นชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์ที่หลาย ๆ คนทราบกันดีว่าช่วยให้การขับรถยนต์นั้นราบรื่น นุ่มนวล ไม่มีการกระเด้งขึ้น – ลง ตามแรงเหวี่ยงของถนน ซึ่งถ้าหากโช้คอัพพังนั้นก็อาจจะทำให้รถยนต์นั้นควบคุมได้ยากมากขึ้น ทำให้การขับรถยนต์มีปัญหา และเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ หากรถยนต์เสียการควบคุมเนื่องจากโช้คอัพมีปัญหา โดยเฉพาะเวลาที่ต้องขับรถเข้าโค้ง รถยนต์จะไม่สามารถทรงตัวได้ดี อีกทั้งยังรวมไปถึงปัญหาน้ำมันรั่วที่ต้องพบเจอบ่อย ๆ เมื่อโช้คอัพมีปัญหาด้วยค่ะ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว ทางที่ดีควรเลือกใช้โช้คอัพที่มีคุณภาพและควรเปลี่ยนโช้คอัพทุก ๆ 3 ปี หรือสามารถเช็กได้จากระยะทาง โดยเริ่มตั้งแต่ 50,000 – 100,000 กม.ก็สามารถเริ่มพิจารณาถึงการเปลี่ยนโช้คอัพใหม่ได้ หรือสามารถเช็กสภาพการใช้งานของโช้คอัพได้ตั้งแต่ระยะทาง 20,000 กม. ขึ้นไปค่ะ 

 

วิธีดูแลรักษาโช้คอัพ

การดูแลรักษาโช้คอัพเป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้โช้คอัพของเรามีอายุการใช้งานที่นานขึ้นแถมยังช่วยถนอมโช้คอัพไม่ให้ชำรุดง่ายอีกด้วย ซึ่งมีวิธีดูแลรักษาโช้คอัพง่าย ๆ ดังนี้

 

ไม่ควรบรรทุกของที่หนักจนรถของเราจะรับไหวหรือหนักจนเกินไป เช่น สัมภาระต่างๆไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า บางคนคิดว่าเก็บไว้ในรถจะทำให้สะดวกสบาย แต่ของเหล่านี้อาจจะทำให้รถของเราหนักเกินความจำเป็น นอกจากโช๊คอัพจะมีประสิทธิภาพที่ลดน้อยลงแล้วยังทำให้เราเปลืองน้ำมันในการขับรถอีกด้วย เพราะบรรทุกของหนักเกินไปนั่นเอง

 

ในการขับรถกันเราไม่ควรใช้ความเร็วเกินกว่ากำหนด เพราะจะส่งผลให้ช่วงล่างของรถยนต์ของเรานั้นเสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็ว บางคนเจอลูกระนาด เจอหลุม เหยียบคันเร่งผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ผ่อนความเร็วรถ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดมากๆ ดังนั้นเวลาเจอลูกระนาดเจอหลุมต่างๆเราควรชะลอรถแล้วผ่านไปอย่างนุ่มนวลที่สุดจะช่วยรักษาโช๊คอัพของเราได้ดียิ่งขึ้น

 

หากการเดินทางไปสถานที่ใกล้ๆเราควรเช็คช่วงล่างและยางลมของเราให้ดี ซึ่งการเช็คนั้นก็เช็คได้ง่ายๆ คือเราลองขับถนนเลียบทางตรงจากนั้นก็สังเกตดูว่าพวงมาลัยของเรานั้นตรงหรือไม่ถ้าหากลงแสดงว่ายังดีอยู่แต่ถ้าหากไม่ตรงก็ต้องไปตั้งศูนย์ใหม่ และถ้าหากขับไปแล้วได้ยินเสียงกุกกักต้องรีบไปแก้ไข และในเรื่องของโช๊คอัพ ถ้าจะต้องตรวจคราบน้ำมันที่บริเวณโช๊คของเราว่ามีการรั่วหรือไม่ เพราะระบบเหล่านี้มีผลต่อรถยนต์ของเราอย่างแน่นอน

 

Profender เป็นโช๊คผลิตจากประเทศไทย ที่ส่งออกแล้วทั่วโลก รวมถึงอเมริกา และ ยุโรป ส่วนใหญ่ตัวโช๊คจะเป็นระบบ Monotube ซึ่งจะตอบโจทย์ทั้งความนุ่มและหนึบช่วยลดอาการโคลงเคลง ที่จะชอบมีในรถ Pickup และ PPV ซึ่งโช๊ค Profender มีรุ่นและคุณสมบัติ ดังนี้

✴️Profender Monotube2.0 ปรับระดับนุ่มแข็งไม่ได้ คู่หน้าปรับสูงต่ำได้

✴️Profender Monotube Subtank เป็น Subtank แยก ปรับนุ่มแข็งได้ 8 ระดับ คู่หน้าปรับสูงต่ำได้

✴️Profender Queenseries มี Subtank ในตัว คู่หน้าปรับสูง-ต่ำได้และปรับนุ่มแข็งได้ 16 ระดับมาพร้อมสปริง คู่หลังปรับนุ่มแข็งได้ 8 ระดับ

✴️Profender OEM2.5 เป็น Subtank แยก ปรับนุ่มแข็งได้ 8 ระดับ คู่หน้ามาพร้อมสปริง ปรับสูงต่ำได้ (แต่โหลดเตี้ยกว่า STD ไม่ได้)

 

jum-jim.com

จัดเบรค ราคา 29 บาท
จัดเบรค ราคา 29 บาท จัดสัมนา

จัดเบรค ราคา 29 บาท

 

จัดเบรค ราคา 29 บาท ทำให้คุณสะดวกสบายได้ง่ายๆ เพราะเรามี หลอด ทิชชูและน้ำ เตรียมพร้อมอยู่ในกล่องของว่างของเราเลยค่ะ ง่ายดาย สะดวกสบายมากๆๆ ของว่างของเราทั้งสวยทั้งอร่อย สดใหม่จริงๆ จัดเบรค ราคา 29 บาท

 

สำหรับการจัดอีเว้นต์ใหญ่ หรืองานที่มีผู้คนจำนวนมาก การดูแลแขกเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อีเว้นต์นั้นสำเร็จลุล้วงไปได้ด้วยดี โดยการดูแลนั้น รวมไปถึงเรื่องของอาหารการกินด้วย ตามหลักแล้วผู้จัดงานควรจัดเตรียมอาหารให้กับผู้เข้าร่วม เพื่ออำนวยความสะดวกและควบคุมปริมาณขยะที่ต้องเก็บกวาดหลังเสร็จงาน ซึ่งต้องเลือกให้เหมาะสมตามกาลเทศะด้วย สำหรับใครที่ยังไม่เคยเลือกสำหรับงานอีเว้นต์ต่างๆ

 

อาม่าบ๊อก บริการ Snack Box ขนมจัดเบรค งานจัดอบรม สัมมนา ประชุม งานบุญ งานบวช งานศพ ความอร่อยที่เลือกได้ จัดเบรคราคาประหยัด ลูกค้าสามารถจับคู่เองได้ ไม่เกินงบแน่นอน โดยจะมีเมนูดังนี้

 

 

ซาลาเปาไส้ต่างๆ มีให้เลือกถึง 5 ไส้ เช่น ครีม หมูแดง หมูสับ ไก่บาบีคิว ถั่วแดง ราคาเพียงลูกละ 13 บาท เท่านั้น สามารถจับคู่เข้าเซ็ตกับน้ำดื่มได้ ตกเซ็ตละ 29 บาทเองค่ะคุณ

 

จับคู่ snack box ราคาไม่เกิน 29 บาท

-เซ็ต ซาลาเปาไส้ครีม + น้ำดื่ม-เนสท์เล่ (600 ml) 

-เซ็ต ซาลาเปาหมูแดง + น้ำดื่ม-เนสท์เล่ (600 ml) 

-เซ็ต ซาลาเปาหมูสับ + น้ำดื่ม-เนสท์เล่ (600 ml) 

-เซ็ต ซาลาเปาไส้ไก่บาบีคิว + น้ำดื่ม-เนสท์เล่ (600 ml) 

-เซ็ต ซาลาเปาไส้ถั่วแดง + น้ำดื่ม-เนสท์เล่ (600 ml) 

เซ็ตซาลาเปา + น้ำดื่ม ราคาเซ็ตละ 29บาท เท่านั้นค่ะ เลือกไส้ได้เลยค่ะ อร่อยๆ 5 ไส้เลย

 

 

จัดเบรค ราคา 29 บาท ครัวซอง มีให้เลือก เป็นครัวซองเนยสด และ ครัวซองไส้กรอก ราคาเพียงชิ้นละ 12บาทเท่านั้นค่ะ อร่อยเน้นคุณภาพ ต้องอาม่า box เท่านั้น สามารถเลือกจับคู่กับน้ำผลไม้ได้ค่ะ ราคากล่องละ 13 บาทเท่านั้น ราคารวมเซ็ตแล้ว ไม่เกิน 29 บาทค่ะ ถือว่าคุ้มมากๆเลยนะคะ

 

-เซ็ต ครัวซองเนยสด + น้ำส้มวาเลนเซีย-ตราชบา (180 ml) ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และต่อต้านอนุมูลอิสระ ผิวสวยแล้วยังสุขภาพดีจนRคา 25 บาทสังเกตได้

-เซ็ต ครัวซองเนยสด + น้ำแอปเปิ้ลผสมน้ำองุ่น-ตราชบา (180 ml) พร้อมคุณประโยชน์จากวิตามินเอ ซี ช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัด

 

-เซ็ต ครัวซองไส้กรอก + น้ำส้มวาเลนเซีย-ตราชบา (180 ml) ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และต่อต้านอนุมูลอิสระ ผิวสวยแล้วยังสุขภาพดีจนสังเกตได้

-เซ็ต ครัวซองไส้กรอก + น้ำแอปเปิ้ลผสมน้ำองุ่น-ตราชบา (180 ml) พร้อมคุณประโยชน์จากวิตามินเอ ซี ช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัด

 

 

จัดเบรค ราคา 29 บาท สติ๊ก มีให้เลือก เป็นสติ๊กช็อคโกแลต สติ๊กช็อคชีส และ สติ๊กลูกเกด ราคาเพียงชิ้นละ 15บาท เท่านั้นค่ะ อร่อยเน้นคุณภาพ ต้องอาม่า box เท่านั้น สามารถเลือกจับคู่กับน้ำผลไม้ได้ค่ะ ราคากล่องละ 15 บาทเท่านั้น ราคารวมเซ็ตแล้ว ไม่เกิน 29 บาทค่ะ ถือว่าคุ้มมากๆเลยนะคะ

 

-เซ็ต สติ๊กช็อคโกแลต + น้ำส้มวาเลนเซีย-ตราชบา (180 ml) ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และต่อต้านอนุมูลอิสระ ผิวสวยแล้วยังสุขภาพดีจนสังเกตได้

-สติ๊กช็อคโกแลต + น้ำแอปเปิ้ลผสมน้ำองุ่น-ตราชบา (180 ml) พร้อมคุณประโยชน์จากวิตามินเอ ซี ช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัด

 

-เซ็ต  สติ๊กช็อคชีส + น้ำส้มวาเลนเซีย-ตราชบา (180 ml) ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และต่อต้านอนุมูลอิสระ ผิวสวยแล้วยังสุขภาพดีจนสังเกตได้

-เซ็ต  สติ๊กช็อคชีส + น้ำแอปเปิ้ลผสมน้ำองุ่น-ตราชบา (180 ml) พร้อมคุณประโยชน์จากวิตามินเอ ซี ช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัด

 

-เซ็ต  สติ๊กลูกเกด + น้ำส้มวาเลนเซีย-ตราชบา (180 ml) ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และต่อต้านอนุมูลอิสระ ผิวสวยแล้วยังสุขภาพดีจนสังเกตได้

-เซ็ต  สติ๊กลูกเกด + น้ำแอปเปิ้ลผสมน้ำองุ่น-ตราชบา (180 ml) พร้อมคุณประโยชน์จากวิตามินเอ ซี ช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัด

 

 

จัดเบรค ราคา 29 บาท บันเนื้อนุ่ม มีให้เลือก เป็นบันเนื้อนุ่มวานิลลา และ บันเนื้อนุ่มช็อคโกแลต ราคาเพียงชิ้นละ 15 บาท เท่านั้นค่ะ อร่อยเน้นคุณภาพ ต้องอาม่า box เท่านั้น สามารถเลือกจับคู่กับน้ำผลไม้ได้ค่ะ ราคากล่องละ 15 บาทเท่านั้น ราคารวมเซ็ตแล้ว ไม่เกิน 29 บาทค่ะ ถือว่าคุ้มมากๆเลยนะคะ

 

-เซ็ต  บันเนื้อนุ่มวานิลลา + น้ำส้มวาเลนเซีย-ตราชบา (180 ml) ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และต่อต้านอนุมูลอิสระ ผิวสวยแล้วยังสุขภาพดีจนสังเกตได้

-เซ็ต  บันเนื้อนุ่มวานิลลา + น้ำแอปเปิ้ลผสมน้ำองุ่น-ตราชบา (180 ml) พร้อมคุณประโยชน์จากวิตามินเอ ซี ช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัด

 

-เซ็ต  บันเนื้อนุ่มช็อคโกแลต + น้ำส้มวาเลนเซีย-ตราชบา (180 ml) ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และต่อต้านอนุมูลอิสระ ผิวสวยแล้วยังสุขภาพดีจนสังเกตได้

-เซ็ต  บันเนื้อนุ่มช็อคโกแลต + น้ำแอปเปิ้ลผสมน้ำองุ่น-ตราชบา (180 ml) พร้อมคุณประโยชน์จากวิตามินเอ ซี ช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัด

 

จับคู่กับเครื่องดื่มเอสโคล่า ก็ราคาเซ็ตละ 29 บาท นะคะ 

 

-เซ็ต ครัวซองเนยสด + เอสโคล่า ขนาด: 360 ml.

-เซ็ต ครัวซองไส้กรอก + เอสโคล่า ขนาด: 360 ml.

 

-เซ็ต สติ๊กช็อคโกแลต + เอสโคล่า ขนาด: 360 ml.

-เซ็ต  สติ๊กช็อคชีส + เอสโคล่า ขนาด: 360 ml.

-เซ็ต  สติ๊กลูกเกด + เอสโคล่า ขนาด: 360 ml.

 

-เซ็ต  บันเนื้อนุ่มวานิลลา + เอสโคล่า ขนาด: 360 ml.

-เซ็ต  บันเนื้อนุ่มช็อคโกแลต + เอสโคล่า ขนาด: 360 ml.

 

จัดเบรค ราคา 29 บาท ทางร้านอาม่า box

ยังมีเซ็ตอาหารว่างอีกมากมายให้ลูกค้าเลือก ราคามีหลายราคา เริ่มตั้งแต่ 29 บาท ที่ได้กล่าวไปแล้ว แต่ร้านเรายังมีเซ็ตราคาอื่นๆแนะนำอีกมากมาย ลูกค้าท่านใดสนใจ สามารถเข้าไปดูในเว็บไซต์ได้เลยค่ะ https://armabox.net จะเลือกตามเซ็ตที่เราจัดให้ หรือทางลูกค้าจะเป็นคนเลือกจัดเซ็ตเองก็ได้ ตามราคาที่ลูกค้าต้องการ 

 

กลับสู่หน้าหลัก  jum-jim.com

Profender ตอบโจทย์ทั้งความนุ่มและหนึบ

Profender ตอบโจทย์ทั้งความนุ่มและหนึบ

 

Profender เป็นโช๊คผลิตจากประเทศไทย ที่ส่งออกแล้วทั่วโลก รวมถึงอเมริกา และ ยุโรป ส่วนใหญ่ตัวโช๊คจะเป็นระบบ Monotube ซึ่งจะตอบโจทย์ทั้งความนุ่มและหนึบช่วยลดอาการโคลงเคลง ที่จะชอบมีในรถ Pickup และ PPV ซึ่งโช๊คProfender มีรุ่นและคุณสมบัติ ดังนี้

 

โปรเฟนเดอร์ Monotube2.0 ปรับระดับนุ่มแข็งไม่ได้ คู่หน้าปรับสูงต่ำได้ 

โปรเฟนเดอร์ Monotube Subtank เป็น Subtank แยก ปรับนุ่มแข็งได้ 8 ระดับ คู่หน้าปรับสูงต่ำได้

โปรเฟนเดอร์ Queenseries มี Subtank ในตัว คู่หน้าปรับสูง-ต่ำได้และปรับนุ่มแข็งได้ 16 ระดับมาพร้อมสปริง คู่หลังปรับนุ่มแข็งได้ 8 ระดับ 

โปรเฟนเดอร์ OEM2.5 เป็น Subtank แยก ปรับนุ่มแข็งได้ 8 ระดับ คู่หน้ามาพร้อมสปริง ปรับสูงต่ำได้ (แต่โหลดเตี้ยกว่า STD ไม่ได้)

 

สำหรับช่วงล่างนั้น RePower มีประสบการณ์ติดตั้งมากมายกว่า 1,000 คัน ซึ่งมีตั้งแต่ Supercar , รถยุโรป รวมถึง 4×4ด้วยและรถญี่ปุ่นเล็ก ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะช่วงล่างแบบไหนก็มั่นใจได้กับมาตรฐานงานติดตั้งที่ RePower นอกจากนั้นการติดตั้งช่วงล่างที่ดีและเรามุ่งเน้น คือการติดตั้งที่ได้รับมาตรฐานไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับรถยนต์หรือชิ้นส่วนอื่น ๆของตัวรถยนต์ และ การปรับค่าหรือที่เรียกว่า การ”fine-tune”ซึ่งก็คือการปรับค่าให้เข้ากับบุคคลนั้นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำหรับการติดตั้งช่วงล่าง เพราะ จะทำให้ลูกค้าได้รับ Feelingที่ดีที่สุดสำหรับ ลูกค้าท่านนั้นๆ

 

โปรเฟนเดอร์ ซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม

รถกระบะส่วนใหญ่เมื่อขับแล้วจะรู้สึกถึงแรงกระด้างมากกว่ารถธรรมดา เนื่องจากผู้ผลิตได้ออกแบบมาให้บรรทุกของหนัก ๆ หากใครที่ใช้รถกระบะในชีวิตประจำวันอาจจะรู้สึกหงุดหงิดกับการสะเทือนนี้เพราะด้านหลังเป็นแหนบที่ออกแบบมาเพื่อใช้บรรทุกและมีความนุ่มนวลน้อยกว่าระบบสปริง แต่หากผู้ใช้รถเลือกใช้โช๊คอัพ PROFENDER รุ่นโมโนทิวบ์ ตัวโช๊คจะมีแรงดึงสูง มีความสามารถรั้งแรงดีดที่เกิดจากการขนของหนัก ซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ช่วยลดการโยนตัวของรถ ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกมั่นคงและมั่นใจระหว่างขับขี่

 

โปรเฟนเดอร์ ประสิทธิภาพดีไม่มีตก

ลูกสูบของโช๊คอัพรุ่นโมโนทิวบ์เป็นแบบ High Flow สามารถตอบสนองต่อแรงภายนอกฉับไว ทันที สามารถขับเปลี่ยนเลนไว ๆ ได้แบบไม่อันตราย ถึงแม้จะขับต่อเนื่องยาวนานติดต่อกัน ประสิทธิภาพก็ดีไม่มีตก วิ่งนานไม่มีเหนื่อย เนื่องจากตัวโช๊คระบายความร้อนได้เองอย่างรวดเร็ว น้ำมันในโช๊คไม่เป็นฟองเพราะมีแรงดันสูงบีบอัดฟองให้หายไป ซึ่งฟองอากาศเนี่ยแหละเป็นตัวร้ายที่ทำให้ประสิทธิภาพโช๊คตก และเสื่อมสภาพได้เร็ว

 

โปรเฟนเดอร์ แรงดันสูงแต่ไม่กระด้าง

ใครที่เข้าใจผิดคิดว่าโช๊คอัพแรงดันสูงทำให้เกิดความกระด้าง ต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ เพราะโช๊คอัพที่กระด้างเกิดจากการจูนวาล์วที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงการใส่ค่าสปริงที่แข็งเกินไป ไม่เกี่ยวกับระบบแรงดันสูงของโช๊คเลย เพราะแรงดันสูงที่โช๊คไม่เพียงพอต่อการกดของน้ำหนักรถลงทั้งคัน อีกอย่างโช๊คอัพ PROFENDER เป็นลูกสูบ High Flow สามารถเซ็ทให้นุ่มนวลได้ บอกได้เลยว่าจะติดโปรเฟนเดอร์ที่รถรุ่นไหนก็ขับได้อย่างปลอดภัย สบายใจทุกคัน

 

โปรเฟนเดอร์ เสียแล้วอย่าทิ้ง ส่งซ่อมได้

โช๊คอัพโมโนทิวบ์ของแบรนด์นี้ หากใช้ไปสักระยะแล้วรู้สึกว่าโช็คมีปัญหาหรือซับประสิทธิภาพการทำงานไม่ดีเท่าเดิม อย่าทิ้ง! เพราะสามารถส่งซ่อมได้ ช่างจะตรวจสอบและเลือกดูว่าชิ้นไหนสามารถเปลี่ยนได้หรือชิ้นไหนที่ใช้งานได้ปกติ จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนโช๊คใหม่ทั้งชิ้น หลังจากซ่อมแล้วทางร้านจะรับประกันสินค้าให้เป็นระยะเวลา 6 เดือน แต่ถ้าอยากอัพเกรดโช๊คใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมก็สามารถปรึกษาช่างได้ตอนที่เปลี่ยนโช๊ค ประหยัดและคุ้มค่าอย่างแท้จริง

 

โช๊คโปรเฟนเดอร์ OEM2.5 + Monotube2.5 Piggyback FORD EVEREST

-โช๊คอัพแก๊สกึงน้ำมัน ที่มาพร้อมสปริง พิเศษ

-สปริง สามารถเลือกค่าน้ำหนักให้เหมาะกับลักษณะของรถได้

-แกน ขนาด 18 มิล ที่ให้ความนุ่มนวล และทนทานต่อการใช้งาน

-ลูกสูบ 60 มิล ที่สามารถสร้างแรงต้านของสปริงได้ดี

-กระบอก ขนาด 66 มิล ที่ช่วยในการระบายความร้อนได้ดี

-เป็นโช๊คอัพ ระบบแก๊สกึ่งน้ำมันกระบอกชั้นเดียว Monotube

-เหมาะสมทุกลักษณะการใช้งาน และ Heavy Duty

 

โช๊คโปรเฟนเดอร์ Queenseries + Subtank Piggyback พร้อมสปริง STD TOYOTA NEW FORTUNER

โช๊คโปรเฟนเดอร์ Queenseries + Monotube Subtank ปรับ 8 ระดับ

-คู่หน้าโปรเฟนเดอร์ Queenseries

-คู่หลังโปรเฟนเดอร์ Monotube Subtank ปรับ 8 ระดับ

 

โช๊คโปรเฟนเดอร์ Monotube2.0 NISSAN NAVARA NP300

-โช๊คอัพโปรเฟนเดอร์ Monotube 2.0 ตอบสนองทุกเส้นทางควบคุมการขับขี่ได้ดี

-ตัวโช๊คเป็นระบบ Monotube ด้านหน้าปรับเกลียวรองรับการยก 2″ ในตัวเอง

-ส่วนด้านหลังสามารถติดตั้งแบบหัวกลับ(Upside down)

-ตัวกระบอกสามารถเปิดซ่อมได้ มั่นใจขึ้นกับสมรรถนะในการขับขี่ ไม่แข็งกระด้าง

 

โช๊คprofender Monotube Subtank ปรับ 8 ระดับ + สปริง โปรเฟนเดอร์ ความสูง STD

-โช๊คอัพ ระบบโมโนทิวป์ (Monotube 2.0)

-แกน ขนาด 16 มิล กระบอกชั่นเดียว

-มีลูกสูบ sub-tank แยกห้องระหว่างน้ำมันกับ แก๊สออกจากกันอย่างชัดเจน

-ระบบไนโตรเจนแรงดันสูง 100-200 psi

-ลูกสูบขนาด 46 mm

-กระบอกซับแท้งค์ ทำจากอลูมิเนียมเกรดเครื่องบิน 6061t6 แข็งแรง

-กระบอกซับแท้งค์ ช่วยระบายความร้อนได้ดีและเร็วกว่า โมโน2.0

-กระบอกซับแท้งค์ ช่วยสำรองปริมาณนำ้มันที่มากขึ้นกว่าระบบโมโน2.0ถึง 25%-30%

 

โช๊คโปรเฟนเดอร์ Queenseries + Monotube Subtank ปรับ 8 ระดับ ISUZU MU-X

-คู่หน้า โปรเฟนเดอร์-Queenseries

-คู่หลังโปรเฟนเดอร์-Monotube Subtank ปรับ 8 ระดับ + Piggyback

-โช๊คอัพ ระบบโมโนทิวป์ (Monotube)

-มีห้องซับแท้งค์ภายใน

-กระบอกชุบผิว 3 ชั้น

-กระบอกชั่นเดียว

-มีลูกสูบ sub-tank แยกห้องระหว่างน้ำมันกับ แก๊สออกจากกันอย่างชัดเจน

-ระบบไนโตรเจนแรงดันสูง 100-200 psi

-ลูกสูบขนาด 46 mm

-สามารถปรับ น้ำหนักได้ 16 ระดับความนุ่ม

-มาพร้อมสปริงพิเศษ

 

โช๊ค โปรเฟนเดอร์ Queenseries + Monotube Subtank ปรับ 8 ระดับ ISUZU MU-X

-คู่หน้า profender-Queenseries

-คู่หลัง โปรเฟนเดอร์-Monotube Subtank ปรับ 8 ระดับ

-โช๊คอัพ ระบบโมโนทิวป์ (Monotube)

-มีห้องซับแท้งค์ภายใน

-กระบอกชุบผิว 3 ชั้น

-กระบอกชั่นเดียว

-มีลูกสูบ sub-tank แยกห้องระหว่างน้ำมันกับ แก๊สออกจากกันอย่างชัดเจน

-ระบบไนโตรเจนแรงดันสูง 100-200 psi

-ลูกสูบขนาด 46 mm

-สามารถปรับ น้ำหนักได้ 16 ระดับความนุ่ม

-มาพร้อมสปริงพิเศษ

 

profender website โช้คอัพโปรเฟนเดอร์ queen series ตัวนี้เป็นรุ่นใหม่ที่ทำมาเพื่อตอบโจทย์สำหรับท่านที่ชอบ

โปรเฟนเดอร์แบบสามารถปรับนุ่มหนึบได้ และจับกับสปริงโปรเฟนเดอร์ จัดไปทั้งชุดครบๆเลยครับ

โช้คหน้าสามารถปรับได้ 16ระดับ มาพร้อมสปริง โช้คหลังสามารถปรับได้8ระดับ

และมีโช้คหลังแบบซับแทงค์ Piggy back ปรับ8ระดับได้เช่นกันครับ 

OEM2.5 + Monotube 2.5 Subtank FORD RANGER NEXTGEN 2022
65,850.00 ฿
Queenseries + Monotube Subtank Piggyback ปรับ 8 + สปริงโหลด 2″ ISUZU MU-X 2022
47,699.00 ฿
50,699.00 ฿  (-6%)
Fitz Toyota Alphard/Vellfire 30
45,000.00 ฿
FITZ GWM ORA GOODCAT GT
33,000.00 ฿