รองเท้าแตะ
ให้การแต่งตัวเป็นเรื่องง่ายและสนุกด้วยรองเท้าแตะที่ใช่

ให้การแต่งตัวเป็นเรื่องง่ายและสนุกด้วยรองเท้าแตะที่ใช่

 

รองเท้าแตะ เคยไหมที่ใช้เวลาหมดไปกับการเลือกรองเท้าให้แมทช์กับเสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นระยะเวลานานแล้วก็มาหยุดด้วยการเลือกหยิบ รองเท้าแตะ ที่ใช่ขึ้นมาแมทช์กับลุคเสื้อผ้าที่เลือก ถ้าใช่แล้วล่ะก็วันนี้เราจะพาไปพบกับทริคดี ๆ ที่มีความน่าสนใจ ช่วยให้การมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เป็นเรื่องง่ายมากกว่าที่เคย รองเท้าแตะถือเป็นไอเทมที่เมื่อนำไปใส่ร่วมกับชุดหรือเสื้อผ้าใด ๆ แล้วจะช่วยทำให้ลุคนั้นดูมีความสบายมากขึ้น เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่ชอบการแต่งตัวแบบ everyday look  ลุคกึ่งทางการ เป็นต้น โดยใส่ได้ทั้งกับกางเกง กระโปรงได้เกือบทุกทรง ทุกความยาว จะมีสไตล์ไหนที่น่าไปแต่งตามกันบ้างตามไปดูเลย

 

  • สาว ๆ ชอบใส่กางเกง 

คนไหนที่ชื่นชอบการใส่กางเกงยีนส์ ไม่ว่าจะเป็นยีนส์ทรงเดฟ ยีนทรงปล่อย ขากระบอก ขาตรง ขาบาน รองเท้าแตะคือไอเทมที่ไม่ควรพลาด ถ้ากางเกงยีนส์ของสาว ๆ มีลูกเล่นค่อนข้างเยอะ ยกตัวอย่างเช่น มีการประดับตกแต่งมุก โบว์ มีการผ่าขา มีรอยขาดที่เป็นดีไซน์ทั่วทั้งท่อนขากางเกง รวมถึงการใช้ผ้าหลายสีในการตัดเย็บผสมผสานกันในตัวเดียว แนะนำให้เลือกรองเท้าแตะแฟชั่นที่เป็นแบบเปิดหน้าเท้า มีดีไซน์สวยงาม เฉพาะตัว ไม่เน้นการตกแต่งเยอะ เป็นแบบที่มีความเรียบหรู ดีไซน์หรือการออกแบบของรองเท้าในแบบที่เป็นสายไขว้ หลายเส้น เส้นเดียว สายคาด หรือเย็บเป็นลักษณะสายเข็มขัดก็จะช่วยเพิ่มดีเทลให้ลุคโดยรวมของเราได้ดี โดยสามารถเลือกเป็นสีดำ สีขาว สีน้ำตาล หรือสีที่ตนเองชื่นชอบโดยสีจะต้องไม่มีความฉูดฉาดจนเกินไป ก็จะช่วยทำให้ลุคยีนส์ของสาว ๆ น่ามองและมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

 

  • สาว ๆ ใส่กระโปรง 

สำหรับสาว ๆ ที่ชื่นชอบการใส่กระโปรงในชีวิตประจำวัน ขอแนะนำรองเท้าแตะแฟชั่นที่มีดีเทลบนรองเท้า ไม่ว่าจะเป็นโบว์ ลวดลาย เพชรปลอม กลิตเตอร์หรืออุปกรณ์ตกแต่งอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมให้รองเท้าดูมีความโดดเด่น  โดยความยาวกระโปรงที่เหมาะสำหรับการสวมใส่รองเท้าแตะมาก ๆ เลยก็คือความยาวตั้งแต่น่องลงไปถึงบริเวณตาตุ่ม สามารถเลือกได้ทั้งกระโปรงทรงสุ่ม กระโปรงทรงดินสอ ทรงสอบหรือทรงปล่อย จะได้ลุคมินิมอลที่ดูดีมีสไตล์

 

จะเห็นได้ว่ารองเท้าแตะที่ใช่ที่เหมาะสมกับการแต่งตัวของเรานั้นจะช่วยเสริมลุคของสาว ๆ ให้ดูดีขึ้นได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสาวเท่ สาวหวาน สาวมินิมอลสไตล์ รองเท้าแตะที่ใช่ก็ช่วยทำให้เราเอาอยู่ทุกลุค เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าที่ใส่ง่าย สวมใส่สบายและดีต่อใจจริง ๆ

 

 

กลับสู่หน้าหลัก  jum-jim.com

รองเท้าผ้าใบ
เปิดวิธีการเลือกรองเท้าผ้าใบให้เข้ากับสรีระของตัวเอง โดนใจทุกมิติ

เปิดวิธีการเลือกรองเท้าผ้าใบให้เข้ากับสรีระของตัวเอง โดนใจทุกมิติ

 

รองเท้าผ้าใบ คือตัวเลือกแรกของรองเท้าที่สาวๆ จะเลือกใส่เพื่อไปทำกิจกรรมที่ต้องอาศัยความคล่องตัว ความกระฉับกระเฉง แต่ที่มากไปกว่านั้นคือรองเท้าผ้าใบเป็นรองเท้า ที่สามารถใส่เพื่อเสริมบุคลิกภาพ ใส่เป็นแฟชั่นได้อีกด้วย สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีการเลือกรองเท้าผ้าใบ ที่เหมาะกับสรีระร่างกายของตนเอง วันนี้เราจะพาไปดูกัน รับรองว่าสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับตนเองได้ อย่างแน่นอน

 

วิธีการเลือกรองเท้าผ้าใบผู้หญิงที่เหมาะสำหรับตนเองและดีต่อสุขภาพเท้า

  1. เลือกรองเท้าผ้าใบที่เหมาะสำหรับความกว้างหน้าเท้าของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่นถ้ามีหน้าเท้ากว้าง การเลือกรองเท้าที่มีความกว้างพอดีกับหน้าเท้าของตนเอง โดยไม่เลือกเป็นทรงรองเท้าหน้าแคบเพราะจะทำให้เกิดการบีบรัดที่บริเวณด้านข้างของเท้า อาจเกิดรอยกด รอยแดง มีอาการเจ็บเกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรรองสวมใส่รองเท้าให้มีพื้นที่เหลือสำหรับบริเวณหน้าเท้าเล็กน้อย เพื่อเผื่อการขยับเคลื่อนไหว
  2. เลือกความหนาของส้นรองเท้าให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ที่เราสวมใส่ เช่นถ้าหากต้องการสวมใส่เพื่อนำไปวิ่งออกกำลังกาย ส้นรองเท้าผ้าก็ควรที่จะมีความหนาในระดับหนึ่ง หรือถ้าหากว่าจะใช้สำหรับใส่เดินในชีวิตประจำวัน ทำกิจกรรมทั่วไปอย่างการเดินเที่ยว ช้อปปิ้ง ตามห้างร้านต่าง ๆ ในส่วนของหน้ารองเท้าก็ควรที่จะมีความหนาพอสมควรจึงจะทำให้เราสามารถเดินได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น
  3. สำหรับฝ่าเท้าของผู้ที่มี arch of foot หรืออุ้งเท้าที่มีความสูงมากกว่าปกติ การเลือกรองเท้าผ้าใบผู้หญิงที่มีพื้นรองเท้าที่ช่วยรองรับสรีระบริเวณฝ่าเท้าได้ดีถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ โดยสามารถเลือกเป็นพื้นรองเท้าที่มีความนูน ไม่แข็งจนเกินไป รับกับอุ้งเท้าอย่างเหมาะสม เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณฝ่าเท้า รอบ ๆ ข้อเท้าไม่ทำงานหนักหรือมีการยืดออกมากจนเกินไป ช่วยส่งเสริมให้มีสุขภาพเท้าที่ดีขึ้น
  4. เลือกไซส์รองเท้าให้พอดีกับขนาดเท้าของตนเอง เบื้องต้นให้ลองพิจารณาก่อนว่าตัวเองมีไลฟ์สไตล์การใส่รองเท้าเป็นอย่างไร คือใส่ถุงเท้าหรือไม่ใส่ถุงเท้ากับรองเท้าผ้าใบแล้วถุงเท้าที่นิยมใส่นั้นมีความหนามากน้อยเท่าไหร่ เวลาเลือกไซส์รองเท้าควรที่จะพิจารณาในส่วนนี้ไว้ด้วยเพื่อให้ได้รองเท้าผ้าใบที่ใส่สบายและพอดีกับตนเองมากที่สุด 

 

สำหรับข้อมูลข้างต้นที่ได้แนะนำไปนั้นก็คือวิธีการเลือกรองเท้าผ้าใบทั่วไป รองเท้าผ้าใบผู้หญิงแฟชั่นที่มีความเหมาะสมกับสรีระเท้าของแต่ละคน ช่วยให้สาว ๆ ได้สวมใส่รองเท้าผ้าใบที่เหมาะสมกับตนเอง ลดโอกาสการเกิดการบาดเจ็บของโครงสร้างเท้าจากการใส่รองเท้าผ้าใบที่เหมาะสมสำหรับเท้าของตนเอง ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการเดิน การทำกิจวัตรประจำวัน

 

กลับสู่หน้าหลัก  https://jum-jim.com

รองเท้าส้นเตี้ย
5 ข้อดีของรองเท้าส้นแบนสำหรับคุณผู้หญิงที่ควรต้องมีติดบ้านไว้

5 ข้อดีของรองเท้าส้นแบนสำหรับคุณผู้หญิงที่ควรต้องมีติดบ้านไว้

 

รองเท้าส้นเตี้ย ถือเป็นรองเท้าอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมสำหรับสาว ๆ วัยเรียนและวัยทำงาน เนื่องมาจากมีข้อดีหลากหลายอย่างที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสาว ๆ หลายคน ทำให้คุณผู้หญิงทั้งหลายต้องมีติดบ้านไว้ให้อุ่นใจ โดยจะมีข้อดีอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น ตามไปดูกันได้เลย

 

5 ข้อดีของรองเท้าส้นแบนที่ทำไมสาว ๆ ควรต้องมีติดบ้าน

 

  1. ใส่ได้นาน ไม่เมื่อยเท้าเมื่อต้องเดินเป็นระยะเวลานาน ๆ  เนื่องด้วยเมื่อเราสวมใส่ รองเท้าส้นเตี้ย นั้นลักษณะเท้าของเราจะอยู่ในท่าทางปกติคือไม่ได้มีการกระดกหรือปลายเท้าถีบลงที่มากจนเกินไป ทำให้สามารถใส่ได้นาน ซึ่งทั้งนี้ถ้าเลือกลักษณะของพื้นรองเท้าให้มีความเหมาะสมสำหรับสรีระของตัวเอง ก็จะช่วยให้เรามีความสบายเท้ามากยิ่งขึ้น
  2. รองเท้าส้นแบนมีความแมทช์ง่ายกับเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ อย่างที่เราจะสังเกตเห็นกันว่า สาว ๆ มักจะนำรองเท้าส้นแบนไปใส่กับกางเกงขายาว กางเกงขาสั้น หรือแม้แต่ชุดเดรสกระโปรงต่าง ๆ นั่นก็เพราะมีความพอดี ดูไม่เยอะ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไปเสริมให้การแต่งตัวดูดี มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
  3. สวมใส่ง่าย เพิ่มความคล่องตัวในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็สามารถที่จะสวมใส่ไปได้ทุก ๆ ที่ 
  4. พกพาสะดวก น้ำหนักเบาเหมาะกับการขนย้าย ใครที่มีทริปท่องเที่ยว มีการเดินทางอยู่เป็นประจำทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งต้องมีการนำรองเท้าเพื่อไปเปลี่ยนสำหรับถ่ายรูป เดินเล่น ใส่ระหว่างการเดินทางให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่และสถานที่นั้น ๆ ต้องบอกเลยว่ารองเท้าส้นเตี้ยผู้หญิงถือว่าตอบโจทย์ได้ดี สาว ๆ สามารถนำใส่กระเป๋ารองเท้าแล้วนำใส่กระเป๋าเดินทางได้โดยไม่เปลืองพื้นที่ 
  5. เหมาะสำหรับใส่เดินกับพื้นผิวที่หลากหลายทั้งพื้นปูน พื้นทราย พื้นหญ้า พื้นคอนกรีต พื้นไม้ เป็นต้น สามารถใช้งานได้สะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องการสะดุด หกล้ม ค่อนข้างมีความมั่นคง เนื่องจากไม่ต้องใช้ทักษะการทรงตัวมากเท่ากับการใส่รองเท้าส้นสูง

 

จากข้อดีข้างต้นของรองเท้าส้นแบนที่ได้กล่าวไปนั้น เชื่อว่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้สาว ๆ สามารถตัดสินใจเลือกซื้อรองเท้าในชีวิตประจำวันได้ไม่ยาก ซึ่งทุกวันนี้รองเท้าส้นแบนก็มีการออกแบบมาหลากหลายรูปแบบ มีความแตกต่าง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์ทำให้เราสามารถใส่ได้บ่อย ๆ โดยไม่เบื่อ สามารถใส่ได้ทั้งผู้ที่มีรูปร่างสูงและไม่สูง นำไปแมทช์กับการแต่งตัวต่าง ๆ ได้ง่าย ถือได้ว่าเป็นไอเทมที่ควรค่าแก่การมีไว้ในครอบครองจริง ๆ

 

 

กลับสู่หน้าหลัก  jum-jim.com

ตรวจหม้อไอน้ำ
การตรวจสอบหม้อไอน้ำ

การตรวจสอบหม้อไอน้ำ

 

ตรวจหม้อไอน้ำ – “Boiler” หรือหม้อไอน้ำ ต้องเช็กให้ชัวร์ ว่าประสิทธิภาพลดลงหรือไม่ ? เพราะเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อกระบวนการผลิต หลังติดตั้งหม้อไอน้ำในโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น โรงไฟฟ้า โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม และโรงงานผลิตยางเรียบร้อยแล้วก็มักจะละเลย ตรวจหม้อไอน้ำ การทำงานของหม้อไอน้ำ จนเป็นสาเหตุให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เสียค่าใช้จ่ายจากเชื้อเพลิงที่ต้องใช้มากขึ้น รวมถึงเกิด Loss ต่าง ๆ เพิ่มมากมาย เช่น

 

  1. เกิดการแลกเปลี่ยน ความร้อนที่ลดลง เนื่องจากมีการสะสมของขี้เถ้า
  2. เกิดการเผาไหม้ ที่ไม่สมบูรณ์และไม่เต็มประสิทธิภาพ
  3. เกิดการรั่วไหล ตามบริเวณต่าง ๆ ของเครื่องจักร ทำให้ปริมาณไอน้ำที่ผลิตได้ลดลง
  4. เกิดลมรั่วในท่อก๊าซ

 

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องประเมินสมรรถนะ การทำงาน และตรวจวัดประสิทธิภาพหม้อไอน้ำอยู่เสมอ โดยการใช้เครื่องมือวัด ค่าพารามิเตอร์ต่างๆ เพื่อวิเคราะห์หา Loss ที่เกิดขึ้นและนำไปคำนวณหาค่า Efficiency  ซึ่งสามารถคำนวณได้ทั้งแบบ Direct และ Indirect Efficiency หลังจากนั้น ควรทำการปรับปรุง ให้หม้อไอน้ำ ของโรงงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งมีหลากหลาย Solution ได้แก่

 

1.การ Optimize Boiler ตัวเดิม เช่น

 

   1.1 การปรับปรุงประสิทธิภาพการเผาไหม้

   1.2 การนำ ลมร้อนที่เหลือใช้กลับมาใช้งาน

   1.3 การปรับปรุง Steam Trap ที่โดน Block หรือที่เกิด Leak

   1.4 การนำ แหล่งความร้อนที่อุณหภูมิต่ำ มาผลิตไฟฟ้าด้วย Organic Ranking       Cycle Unit

 

2.การติดตั้ง Boiler ตัวใหม่เพิ่มเพื่อ Utilize การใช้พลังงาน

 

3.การ Convert Boiler เพื่อใช้เชื้อเพลิงที่ราคาถูกลง เช่น การเปลี่ยนจากน้ำมันเตาเป็น Biomass

หากมีปัญหาเรื่องหม้อไอน้ำ (Boiler) อยากตรวจวัดประสิทธิภาพหม้อไอน้ำ หรือต้องการติดตั้งหม้อไอน้ำพร้อมระบบ Remote Monitoring and Optimization System เพื่อเช็ก Performance แบบ Real Time นึกถึง EPS ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรและระบบของโรงงาน

 

 

บริษัท อีโค่ แพลนท์ เซอร์วิสเซส จำกัด (EPS)

Location: เลขที่ 1 หมู่ 9 ถนนพัฒน์พงศ์ ตำบลบ้านครัว อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี 18270 ประเทศไทย

Phone: (+66)8 0079 3225

Email: epsmkt@scg.com

 

 

กลับสู่หน้าหลัก jum-jim.com

จัดเบรค
จัดเบรค ราคาถูก กับเคล็ดลับในการเลือกอาหารให้เหมาะสม

จัดเบรค ราคาถูก – การจัดเบรค set box อาหารว่าง หรือการจัดหาอาหารว่างในระหว่างการประชุมหรือสัมมนานั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการจัดเบรคอาหารว่างหรือขนมที่หาทานได้ง่าย เพื่อเป็นการรองท้องก่อนที่จะถึงเวลาที่เป็นมื้อหลัก ซึ่งส่วนมาก จัดเบรค อาหารว่างที่คุ้นเคยกันนั้นก็คือ การรับประทานอาหาร หรือขนมจำพวก ขนมปัง เค้ก หรือขนม ตามด้วยชา กาแฟ ช็อคโกแลต หรือน้ำสมุนไพรเพื่อให้คล่อง สะดวกต่อการกลืนลงคอ และสำหรับคนที่ คิดค้นการมี snack box การจัดเบรคอาหารว่างระหว่างวันนั้น ก็คิดขึ้นมาเพื่อที่จะให้มี การผ่อนคลายสมองจากการประชุม หรือจากการที่นั่งทำงานมาทั้งวัน เพื่อให้ได้ออกมาเติม อาหารต่อร่างกาย เติมอาหารต่อสมอง ไม่ก็เดินออกมา ยืนสูดอากาศกินของว่างอร่อยๆ ให้สมองได้ปลอดโปร่งโล่งสบาย และพร้อมที่จะลุยต่อในเวลาทำงาน หรือเวลางานที่จะถึงนั่นเอง

จัดเบรค อาหารว่างด้วยSnack box

การจัดเบรคอาหารว่างเล็กๆ ระหว่างวัน ระหว่างการจัดประชุม หรือสัมมนานั้น ส่วนใหญ่จะ จัดเบรค ราคาถูก อาหารว่างเป็น snack box ซึ่งข้างในกล่อง snack box นั้น จะมีขนมปัง เค้ก หรือขนมทานเล่นประมาณ 1-2 ชิ้น และมีน้ำผลไม้ นม ชา กาแฟ รวมอยู่ด้วย แล้วแต่ทางเจ้าภาพจะเลือกสรรนั่นเอง โดยขนมที่ ถูกจัดขึ้นก็จะมีเมนูหลากหลายให้เลือก เช่น เดนิช ทาร์ต เบอร์เกอร์ พุดดิ้ง แซนวิช พาย ขนมปัง เค้กต่าง ๆ มัฟฟิน ชิฟฟ่อน เค้กโรล คุกกี้ บราวนี่ และอีกมากมาย อีกทั้งการเลือกเมนูที่ต้องการ ก็เป็นอีกหนึ่งสีสันของ snack box เพราะมีให้เลือกเยอะมาก ยิ่งบริษัทไหนเป็นโรงงานผลิตอาหารจำพวกขนมปังโดยเฉพาะอยู่แล้ว รับรองมีให้เลือก มากมายหลายสิบ เมนูแน่นอนและแต่ละเมนู แค่พอได้ยินชื่อก็น้ำลายไหล

จัดเบรคอาหารว่างด้วยขนมไทย

นอกจากจะเป็น snack box ที่เป็นขนมฝรั่งแล้ว ยังมีขนมของคนไทย ที่ทำโดย คนไทยอีกด้วย ซึ่งต้องคู่ควร และคุ้นเคยกับขนมไทย ดังนั้นการจัดเบรคด้วยขนมไทย อาจจะไม่ค่อยได้เห็นได้ คุ้นตากันซักเท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยมีเจ้าไหนทำ อาจจะเพราะขนมไทยหาซื้อได้ยาก หรือมีความเสี่ยง ในการเสียได้ง่าย แต่ก็มีไม่น้อย เช่นกันที่เขายังอนุรักษ์ ความเป็นไทยอยู่ และเห็นว่าขนมไทยเรานี่แหละ ทำให้การจัดเบรค ระหว่างวันเป็นเบรคที่อร่อยที่สุด แต่ขนมไทยอะไรบ้างนะ ที่นิยมนำมาจัดเบรค ก็คงหนีไม่พ้นขนมไทย ที่เราคุ้นหูคุ้นตากันในปัจจุบัน ไม่ว่าจะขนมไทยพวกตระกูลทอง ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองเอก เพราะนอกจาก จะหวานหอมอร่อยแล้ว ยังมีความหมายดี เป็นมงคลอีกด้วย ต่อมาก็จะเป็นพวก ขนมชั้น ขนมต้ม ขนมใส่ไส้ วุ้นกะทิ ลูกชุบ แม้ว่าหลายคนในยุคนี้อาจจะชอบจัดเบรคอาหารว่าง snack box ที่เป็นขนมปังมากกว่า แต่ขอบอกเลยว่าขนมไทยเราก็อร่อยสู้ได้ไม่แพ้กัน เพราะเสน่ห์ของขนมไทยเราคือการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาให้ เช่น ใบเตย ดอกอัญชัน ซึ่งทำให้ เกิดสีตามธรรมชาติ และมีความหวาน หอม อร่อยจนหยุดไม่อยู่ จัดเบรคอาหารว่างด้วยขนมไทย

เมนูจัดเบรค

2. S-ชุดแสน็คบ็อค (กลาง)

3. S-ชุดแสน็คบ็อค (ใหญ่)

4. ขนมจีบหมู 20 ลูก

แหวนหมั้นเป็นของขวัญ
การเลือกของขวัญให้คนพิเศษ

การเลือกของขวัญให้คนพิเศษ

 

แหวนหมั้นเป็นของขวัญ – การเลือกของขวัญนั้นใครว่าง่าย? โดยเฉพาะการเลือกให้คนที่พิเศษของเรานั้นสร้างความเครียดให้ใครหลายคนมาแล้วนับไม่ถ้วน วันนี้เราจึงจะมาบอกเคล็ดลับในการเลือกเครื่องประดับเป็นของขวัญจากความนิยมการสวมใส่เครื่องประดับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยอัญมณีที่อยู่อันดับหนึ่งตลอดกาลก็ยังคงเป็นเพชร เพราะเพชรที่สวยงามจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ ทำให้สาวๆอย่างเรานั้นเปล่งประกาย ดูสวยงามและน่ามอง แต่คนมักจะคิดว่าเพชรนั้นราคาแพง ไม่อาจจับต้อง เป็นเจ้าของได้ยาก ทั้งยังต้องใส่เฉพาะโอกาสสำคัญ เช่นการออกงานเลี้ยงเท่านั้น ยิ่งการซื้อเป็นของขวัญแล้วยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เพราะ คิดว่าราคาจะแพงเกินไป หรือ กลัวซื้อให้แล้วไม่ถูกใจ ซึ่งเราอยากจะบอกว่าความจริงแล้วแหวนเพชรที่สวย ดีไซน์ไม่ตกสมัยและราคาไม่แพงนั้นมีแบบให้เลือกอยู่อีกมากมาย

 

เราจึงขอแนะนำแหวน Promise Ring ซึ่งเป็นการดีไซน์แบบสมัยใหม่ ที่สามารถเข้าได้กับทุกแฟชั่นการแต่งตัว สวมใส่ได้ทุกวัน เป็นแหวนติดนิ้วได้ ที่สำคัญคือ ราคาไม่แพง และ สามารถซื้อกลับได้เลยทันที ไม่ต้องรอกระบวนการผลิต ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อเป็นของขวัญหรืออยากจะเซอร์ไพรส์คนพิเศษ

 

แหวน Promise Ring นั้นมีหลากหลายลูกเล่นที่เหมาะกับผู้หญิงทุกไลฟ์สไตล์ แถมยังมีความหมายที่พิเศษ สามารถแทนคำบอกกล่าวได้มากมาย จึงเหมาะที่จะซื้อแหวนนี้เป็นของขวัญให้กับคนในครอบครัว เพื่อน คนสำคัญ หรือ แม้กระทั่งซื้อให้ตนเองเพื่อแทนคำสัญญาว่าจะรักตัวเอง ดูแลตัวเอง หรือ เป็นรางวัลให้กับตัวเอง เพื่อเปิดรับความสำเร็จ ความสุข ที่จะเข้ามาในอนาคต เราเชื่อว่าการมอบแหวน Promise Ring นั้นจะเป็นของขวัญที่ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน

 

โดยคอลเลคชั่นนี้มีให้เลือกถึง 8 แบบ กับเพชรขนาด 0.18 และ 0.20 กะรัต น้ำ 100 ตัวเรือนทองขาว 18k ในราคาเริ่มต้นที่ 32,000 บาท อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  แหวนหมั้นเป็นของขวัญ

 

แหวนเพชรเม็ดเดี่ยววงนึง ราคากี่บาท?

 

ก่อนที่คุณจะเห็นว่ายาวและกดปิดไป ขอตอบสั้นๆก่อนเลยว่า แหวนเพชรเม็ดเดี่ยวของอนันทา ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท….ไม่ใช่เราไม่อยากบอกราคา แต่เราไม่รู้จะเอาราคาไหนมาบอก มาดูกัน ว่าเพราะอะไร……

 

แหวนเพชรเม็ดเดี่ยวของอนันทาเป็น ลักษณะ ‘Create Your Own’ หมายความว่าราคาจะขึ้นอยู่กับแหวนและเพชรที่คุณเลือก จึงไม่สามารถตอบกลับได้ทันทีว่าแหวนวงในภาพราคาเป๊ะๆเท่าไร เนื่องจากคุณจำเป็นต้องเลือกรายละเอียดก่อน ซึ่งราคาที่เสนอในบทความนี้ เป็นเพียงราคาคร่าวๆกลมๆ ให้มีไอเดียว่า แหวนเพชรแบบต่างๆจะมีราคาประมาณเท่าไร

 

แหวนเพชรเม็ดเดี่ยว หมายถึง แหวนเพชรที่ประกอบไปด้วย 2 สิ่ง คือ ตัวเรือนแหวน และ เพชรที่อยู่บนยอด ส่วนเพชรเม็ดเล็กๆหลายๆเม็ดที่อยู่ที่ก้านหรือล้อมอะไรก็ตาม ราคาจะถูกคิดไปในตัวเรือนแหวนแล้ว

 

ทั้งนี้อนันทาเราต่างจากที่อื่นตรงที่เราให้อิสระกับลูกค้าในการเลือกแหวน และเพชรเองได้ หมายความว่า ไม่ว่าคุณจะชอบเพชรขนาดไหน หรือชอบแหวนแบบไหนของเรา ก็สามารถมาจับ mix and match ได้โดยที่เรามีสต๊อกสินค้าวางเพชรของจริงให้ดูโดยที่ไม่ต้องสั่งทำ สมมุติคุณชอบตัวเรือนรุ่น “SIGNATURE I” ของเราแล้วคุณต้องการใส่เพชร 0.5 กะรัต เราก็จะมีแหวนที่ทำมาเพื่อ เพขร 0.5 กะรัตให้คุณลอง หากคุณต้องการเปลี่ยนเป็นเพชรขนาด 1 กะรัต เราก็จะมีตัวเรือนที่มีดีไซน์เหมือนกัน แต่ทำไว้สำหรับเพชรขนาด 1 กะรัตมาให้คุณลอง เพราะฉะนั้นราคาของแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวของอนันทา จึงขึ้นอยู่กับแบบแหวน และสเปคเพชรที่คุณต้องการ สิ่งเหล่านี้อนันทา เราเรียกว่า ‘Create Your Own’ หรือสั้นๆว่า ‘CYO’

 

แล้วสรุปว่าแหวนราคาเท่าไร?

เริ่มจากตัวเรือนแหวนก่อน ซึ่งเราแบ่งเป็นสามกลุ่มหลัก

1.แหวนแบบ Classic คือแหวนที่เรียบๆ ก้านไม่มีเพชร ราคาประมาณ 20,000 – 25,000 บาท

 

2.แหวนแบบ Side Stones คือแหวนที่มีก้านเพชร ราคาประมาณ 25,000-40,000 บาท

 

3.แหวนแบบ Halo คือแหวนที่มีเพชรล้อมเม็ดกลาง ราคาประมาณ 30,000-50,000 บาท

 

 

กลับสู่หน้าหลัก  https://jum-jim.com

สร้อยทองคำขาว1บาทราคา
ทองขาว และทองคำขาว คือสิ่งเดียวกันหรือไม่?

ทองขาว และทองคำขาว คือสิ่งเดียวกันหรือไม่?

 

สร้อยทองคำขาว1บาทราคา – หลายท่านอาจจะเคยสงสัยว่าทองขาว และทองคำขาว แตกต่างกันอย่างไร? บางคนอาจจะไม่เคยสงสัยเพียงแต่คิดว่ามันก็น่าจะเป็นทองสีขาวเหมือนกัน แต่รู้หรือไม่ว่าทองและทองขาวไม่ใช่สิ่งเดียวกัน วันนี้อนันทาจะมาคลายข้อสงสัยนี้กันค่ะ

 

คนส่วนใหญ่มักเรียกติดปากทองที่มีสีขาวว่า ทองคำขาว แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ตามหลักที่ถูกต้องแล้ว ทองที่มีสีขาวต้องถูกเรียกว่า “ทองขาว” ส่วนทองคำขาว นั้นจริงๆแล้วคือ “แพลตตินั่ม” สร้อยทองคำขาว1บาทราคา

 

มาเริ่มกันที่ “ทองขาว” ทองขาวมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า “White Gold” 

ทองขาว คือโลหะผสม ของทองคำ และโลหะสีขาว เช่น เงิน และ แพลเลเดียม ส่วนสัดส่วนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของทองขาว เช่น

 

ทองขาว 18 เค ( 18K White gold) หมายถึง ทองคำ 75% + เงินและแพลเลเดียม (โลหะที่มีสีขาว และสีเงิน) อีก 25%

 

หลายคนอาจจะมีคำถามว่า แล้วทำไมถึงไม่ใช้ทอง 100% ไปเลยล่ะ?

คำตอบก็คือ ทองคำ 100% นั้นมีความอ่อนนุ่ม ไม่แข็งแรงพอที่จะประกอบขึ้นเป็นตัวเรือนแหวน หรือนำไปแปลสภาพเป็นเครื่องประดับอื่นๆ ได้ จึงทำให้แม้แต่แหวน หรือเครื่องประดับไม่ว่าจะเป็นสีทอง สีโรส หรือสีขาวก็จะต้องมีแร่ธาตุอื่นๆเป็นส่วนผสมเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับโลหะ

 

TIP: 18K White Gold ที่นิยมในประเทศไทย ประกอบไปด้วย ทองคำ 75% + โลหะชนิดอื่นๆ 25% สามารถสังเกตุเปอร์เซ็นของทองที่นำมาแปรสภาพเป็นเครื่องประดับได้จากตัวเลขบนตัวเรือน เช่น 750 = ทองคำ 75%, 900 = ทองคำ 90% เป็นต้น

 

มาต่อกันที่ “ทองคำขาว” ทองคำขาวมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า “Platinum” 

แพลตตินั่ม คือ ศัพท์ที่เรามักเรียกทับศัพท์ว่าแพลตตินั่ม ซึ่งจริงๆแล้วภาษาไทยของเค้าก็คือ ทองคำขาว แต่เพราะคำว่าทองคำขาว มีคำว่าทองอยู่ เลยมักเกิดความสับสน ซึ่งลักษณะของแร่แพลตตินั่มก็เป็นโลหะที่มีโทนสีขาว เทาอ่อนๆ จึงมักเกิดความสับสนกับทองขาว แต่จริงๆแล้วเป็นแร่ธาตุคนละชนิดกับทองและไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน

 

จุดเด่นของแพลตตินั่ม คือเป็นแร่ที่มีสีขาวอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องผสมกับธาติใดๆ มีความแข็งแกร่งและความคงทนมากกว่าทองมาก รวมไปถึงเป็นโลหะที่คนแพ้น้อยมากๆ เรียกว่าแทบจะไม่มีคนแพ้เลยก็ว่าได้

 

ทั้งนี้แพลตตินั่มจะมีน้ำหนักมากกว่าทองขาวอยู่ประมาณครึ่งนึง ทำให้จิวเวลรี่โดยเฉพาะแหวนที่ทำด้วยแพลตตินั่ม จะให้น้ำหนักที่มีความหนาแน่นและความรู้สึกที่กระชับมากกว่าทองขาว แหวนที่ทำจากแพลตตินั่มนั้นมีความทนทานต่อแรงขีดข่วนได้มากกว่าทองขาว ทำให้แหวนแพลตตินั่มสามารถดูแลได้ง่ายกว่า และเก่าช้ากว่าแหวนทองขาว

 

มีจุดเด่นไปแล้ว ก็มักจะมีจุดด้อย ซึ่งจุดด้อยของแพลตตินั่มคือ เนื่องจากไม่ใช่ทอง จึงไม่ได้เป็นที่นิยมเท่ากับทองขาวในประเทศไทย นั่นทำให้มีผู้ผลิตน้อย และหาช่างฝีมือสวยได้ค่อนข้างยาก อีกทั้งยังปรับขนาดได้ค่อนข้างยาก ถึงไม่ได้เลย รวมไปถึงไม่สามารถทำแบบจิวเวลรี่ที่มีความอ่อนช้อยมากๆได้ เนื่องจากเป็นแร่ที่มีความแข็งมากนั่นเอง แพลตตินั่มจึงมักจะถูกนำมาทำจิวเวลรี่ที่มีดีไซน์ไม่หวือหวามาก รวมไปถึงจิวเวลรี่ที่ต้องการความทนทาน เช่น แหวนผู้ชาย

 

ราคาของแพลตตินั่ม?

ในอดีต แพลตตินั่มมีราคาที่สูงกว่าทองขาวค่อนข้างมาก จึงทำให้จิวเวลรี่ที่ทำจากแพลตตินั่มมีราคาที่สูงเมื่อเทียบกับหน้าตาที่มองผิวเผินไม่ต่างจากทองขาวมาก แต่ช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมานี้เอง ราคาทองมีการปรับตัวขึ้นสูงมาก ในขณะเดียวกัน แพลตตินั่มมีราคาที่อ่อนตัวลงมา ทำให้ ณ ปัจจุบัน แพลตตินั่มและทองขาวมีราคาที่ใกล้เคียงกัน จึงทำให้จิวเวลรี่ที่ทำจากแพลตตินั่ม กลับมามีความน่าสนใจอีกครั้ง

 

สรุปแล้ว ทองขาวและทองคำขาว คือแร่ธาตุคนละชนิดกัน แต่มีหน้าตาที่คล้ายคลึงกัน ต่างกันที่คุณสมบัติและความเหมาะสมของการใช้งาน คุณจึงควรเลือกซื้อให้เหมาะแก่ความต้องการ โดยคำนึงถึงการใช้งาน และไลฟ์สไตล์ของคุณนั่นเอง

 

2 ขั้นตอนง่าย ๆ ในการเลือกแหวนหมั้น

 

1.เพชรเม็ดกลางควรเลือกเพชรพรีเมี่ยม โดยใช้หลักในการเลือกเพชร 4 c’s ให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ตั้งไว้ในใจ ทั้งนี้ขนาดของเพชรเม็ดกลางที่เลือก จะช่วยให้เลือกแบบของแหวนได้ง่ายขึ้น

 

2.ตัวเรือน  เลือกแบบของแหวนที่ชอบ ตามความเหมาะสมของขนาดเพชรเม็ดกลางที่เลือก โดยแบบของแหวนนั้นจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ ตัวเรือนชูไม่มีเพชร, ตัวเรือนดีไซน์มีเพชรที่ก้าน, และตัวเรือนดีไซน์เพชรล้อมเม็ดกลาง ทุกดีไซน์ลูกค้าสามารถเลือกวัสดุทองได้ 3 ประเภทคือ ทองขาว 18K , ทอง 22K และ พิงค์โกลด์ 18K โดยทางอนันทามีบริการแกะสลักชื่อให้ฟรี

 

 

 

กลับสู่หน้าหลัก jum-jim.com

 

ต่างหูเพชรผู้ชาย
ต่างหูเพชรผู้ชาย

ต่างหูเพชรผู้ชาย

 

ต่างหูเพชรผู้ชาย – ทำไมต้องต่างหูเม็ดเดี่ยว? ต่างหูเพชรเม็ดเดี่ยวคือสิ่งควรค่าที่ผู้หญิงทุกคนควรจะมี ต่างหูเพชรเม็ดเดี่ยว นั้นเป็นสุดยอดเครื่องประดับชิ้นคลาสสิกที่ผู้หญิงทุกคนควรต้องมีสักชิ้น อีกทั้งยังเป็นเครื่องประดับที่สาวๆสมัยใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาเอาใจ สามารถซื้อเป็นของขวัญให้ตัวเอง จะในโอกาสใดก็ตาม ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงสไตล์ หวานเปรี้ยวร็อคเกอร์หรือว่าแฟชั่นนิสต้าสุดจัดจ้าน รับรองได้เลยว่าต่างหูเพชรเม็ดเดี่ยว นั้นจะอยู่กับคุณได้ในทุกยุคทุกสมัย ไม่ตกเทรนแน่นอน นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอีกหลากหลายประการที่ช่วยยืนยันว่า ต่างหูผู้หญิง ต่างหูเพชรผู้ชาย เพชรเม็ดเดี่ยว นั้นคือเครื่องประดับที่ทุกคนควรจะมี

 

1.ความแน่นอนในการลงทุน: ต่างหูสตั๊ดนั้นเรียบหรู ไม่หลุดจากเทรนด์แฟชั่นไปง่ายๆ สาวน้อยสาวใหญ่ใครๆก็ชอบ หากถึงเวลาขายก็หาผู้ซื้อได้ไม่ยากและจะทำกำไรให้อย่างไม่น่าผิดหวัง

 

2.เลือกความต้องการเองได้: อยากได้เม็ดใหญ่ หรือเล็ก น้ำงาม ขาวจั๊ว ประกายแค่ไหนคุณสามารถกำหนดเองได้ เพราะฉะนั้นสาวๆที่สวมใส่ต่างหูเพชรเม็ดเดี่ยวคือผู้กำหนดเองว่าอะไรเข้ากับสไตล์การใช้ชีวิตมากที่สุด

 

3.ใส่ได้ทุกวันชัวร์: นอกจากจะชัวร์ด้านกาละเทศะในทุกโอกาสด้วยสไตล์ที่ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป แถมยังแน่ใจได้ในเรื่องฟังก์ชั่นการสวมใส่ด้วยดีไซน์แนบติดหูไม่หล่นหาย ถึงจะปาร์ตี้สุดเหวี่ยงอย่างไรก็ไม่ร่วง แถมยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับใส่ไปร่วมงานสำคัญอย่างงานวันเกิดหรืองานแต่งงาน เพราะทำช่วยให้ใบหน้าดูสดใสแบบพอดีๆ และขนาดไม่ใหญ่จนไปสะดุดตาใครต่อใครเกินหน้าเกินตาเจ้าของงาน

 

4.จะมีไว้กี่คู่ก็ได้ไม่รู้สึกผิด : ก็บอกไปแล้วว่าซื้อมาแล้วได้ใส่บ่อยแน่ๆ และถ้าหากติดใจต่างหูสไตล์นี้ก็มีหลากหลายสไตล์ให้เลือกโดยเฉพาะรูปทรงของเพชรที่ใช้ประดับ เพชรรูปทรงแตกต่างกันๆนั้นอาจดูเหมือนเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่จริงๆแล้วเป็นดีเทลสำคัญที่ช่วยบ่งบอกสไตล์ได้เป็นอย่างดี หากใครคิดมากว่ามีต่างหูสตั๊ดอยู่แล้ว มีเพิ่มอีกจะเป็นไรไหม ไม่เป็นไรเลย เชื่อเรา

 

เห็นไหมหล่ะ ว่าทำไมต่างหูเพชรเม็ดเดี่ยวถึงเป็นจิวเวลรี่ที่ดีต่อใจและควรจะมี

 

วิธีการเลือกเพชร

วิธีการเลือกเพชร เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตเนื่องจากเป็นการซื้อสินค้าที่มีมูลค่าและมีคุณค่าทางจิตใจ จึงต้องมีการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน

 

อนันทาจึงขอเสนอแนวทางเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาซื้อเพชร วิธีการซื้อเพชร ซึ่งหลังจากที่ลูกค้าได้ศึกษาแนวทางเหล่านี้แล้ว จะสามารถเข้าใจวิธีการเลือกเพชรได้ดีขึ้นเพื่อที่จะเลือกซื้อเพชรคุณภาพได้อย่างมั่นใจ การเลือกซื้อเพชร ก็จะไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจไม่ได้อีกต่อไป

 

4 CS: พื้นฐานเบื้องต้น

เพชรมีพื้นฐานอยู่ 4 ประการ หรือเรียกว่า 4 Cs ได้แก่

Carat Weight (กะรัต) Cut (การเจียระไน) Color (สี) และ Clarity (ความสะอาด)

  • กะรัต (CARAT)
  • การเจียระไน (CUT)
  • สี, น้ำ (COLOR)
  • ตำหนิ, ความสะอาด (CLARITY)

 

กะรัต (Carat)การเจียระไน (Cut)สี, น้ำ (Color)ตำหนิ, ความสะอาด (Clarity) 

 

กะรัต (CARAT)

หน่วยที่ใช้เป็นมาตรฐานในการใช้ชั่งน้ำหนักเพชรและอัญมณีต่างๆคือ ‘กะรัต’ (Carat) หรือใช้ตัวย่อว่า ct

 

ใน 1 กะรัตจะแบ่งเป็นหน่วยย่อย 100 หน่วย เรียกว่า Point หรือที่รู้จักกันว่า “ตัง” เช่น เพชรที่มีขนาด 0.50 ct. จะเรียกว่า 50 Points หรือ 50 ตัง

 

ราคาของเพชรนั้นขึ้นอยู่กับน้ำหนักและคุณลักษณะอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นเพชรที่มีน้ำหนักเท่ากัน อาจจะมีราคาที่แตกต่างกันได้ อีกทั้งราคาของเพชรจะไม่ได้สูงขึ้นในอัตราส่วนเดียวกับน้ำหนักกะรัตแต่จะถูกแบ่งตามช่วงน้ำหนัก เช่น เพชร 1 กะรัต ไม่ได้มีราคา เป็น 2 เท่าของเพชร 50 ตัง หรือ เพชร 2 กะรัต ไม่ได้มีราคาเป็น 2 เท่าของ เพชร 1 กะรัต เป็นต้น ซึ่งอนันทามีเพชรให้ลูกค้าเลือกทุกขนาดตามความต้องการ ตั้งแต่ขนาด 1 ตัง จนถึง ขนาด 4 กะรัตขึ้นไป

 

วิธีการเจียระไนนั้นรวมถึงความสามารถและความชำนาญ สัดส่วนของเพชรนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพชรที่สวยควรมีสัดส่วนเหมาะสม ไม่ควรมีหน้ากว้างหรือแคบเกินไป และไม่ควรมีความลึกหรือตื้นจนเกินไป

 

ลักษณะของแสง (Light’s Performance) ที่ดีนั้น แสงทั้งหมดจะต้องถูกสะท้อนมายังผู้สวมใส่ เพื่อส่งผลให้เกิด ความแวววาวและไฟประกาย (Brilliance and fire) สูงสุด

เพชรทรงกลมที่ได้ความนิยมที่สุดคือ “Brilliant Cut” ส่วนเพชรที่เจียระไนสวยที่สุดในปัจจุบันคือ เพชรที่ได้รับเกรดเป็น triple excellent จากใบรับรองสถาบันสากล และเป็นเพชรที่มีเหลี่ยมเป็น Hearts and Arrows ที่ครบและสมมาตร

 

คุณภาพของการเจียระไนและการขัดผิวจะส่งผลต่อลักษณะของแสงที่เดินทางผ่านเพชรมาให้เราเห็น คุณสมบัติเหล่านี้ได้แก่ Proportion (สัดส่วน), Symmetry (ความสมมาตร), Polish (การขัดผิว) และอื่นๆ

 

สี, น้ำ (COLOR)

เพชรนั้นมีหลายสีแต่โดยทั่วไปเรามักจะพบเพชรที่มีลักษณะเป็นสีขาวหรือไร้สี การลำดับสีของเพชรนั้นเริ่มจาก ไร้สีจนไปถึงปนเหลืองส่วนเพชรที่มีสีเหลืองเข้ม น้ำตาล ฟ้า ชมพู ม่วง หรือส้มนั้นจัดอยู่ในอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าเพชรแฟนซี

 

การจัดแบ่งสีของเพชรต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะสายตาของคนทั่วไปจะไม่สามารถมองเห็นความ แตกต่างของสีเพชรได้ ดังนั้นเพชรทุกเม็ด ต้องมีใบ Certificate กำกับตัวอย่างสีของเพชรตาม “น้ำ” ระดับต่างๆ

 

สีของเพชรจะถูกจัดแบ่งโดยเริ่มตั้งแต่เพชรที่ใส ไม่มีสี (Colorless), จนเริ่มมีสีนวลขึ้นในระดับที่สายตาเริ่มสังเกตได้ (Near Colorless), เป็นสีเหลืองจาง (Yellow Tinge) และเป็นสีเหลืองอ่อน (Light Yellow) หากใช้มาตรฐาน ของ GIA จะสามารถแบ่งระดับสีหรือที่นิยมเรียกกันว่า ‘น้ำ’ โดยใช้อักษรตั้งแต่ D ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำ 100 ถัดมาเป็น E ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำ 99  และ F ซึ่งเท่ากับนํ้า 98 ไล่ตามลำดับจนถึง Z

 

ตำหนิ, ความสะอาด (CLARITY)

ความสะอาด (Clarity) หมายถึง ตำหนิที่เกิดจากธรรมชาติของเพชร

เพชรนั้นเกิดขึ้นตามธรรมชาติภายใต้แรงกดดันและอุณหภูมิที่สูงมาก ปรากฏการณ์ธรรมชาติสามารถก่อให้เกิดรอยตำหนิในเพชร หรืออาจทำให้เพชรมีมลทินได้ ดังนั้นเพชรที่ไม่มีมลทินและตำหนิ หรือมีน้อยนั้นก็จะยิ่งหายากและมีมูลค่าสูงขึ้น

 

เพชรส่วนใหญ่ของอนันทา เป็นเพชรคุณภาพ IF, VVS1 และ VVS2 แต่หากต้องการคุณภาพอื่น อนันทาก็มีให้เลือกชมด้วยเช่นกัน

 

เราสามารถแบ่งเพชรตามคุณภาพของความสะอาด ภายใต้การใช้กล้องที่มีกำลังขยาย 10 เท่าได้ตามตารางภาพ

 

ใบเซอร์รับรองเพชร

 

ใบรับรองเพชรเป็นเอกสารระบุข้อมูลและรายละเอียดของเพชรแต่ละเม็ด ที่ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดในเรื่องของ ขนาด สี ลักษณะมลทินหรือตำหนิ และการเจียระไน เพชรที่ท่านเลือกซื้อควรเป็นเพชรที่มีใบรับรองจากสถาบันอัญมณีสากลที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อสร้างความ มั่นใจว่าท่านจะได้รับเพชรที่มีคุณภาพถูกต้องตามมาตรฐานสากล มิใช่การแอบอ้างของแต่ละร้านค้า ปัจจุบันมีสถาบันด้านอัญมณีหลายสถาบันทั่วโลกที่ออกใบรับรองคุณภาพเพชรโดยสถาบันหลักได้แก่GIA (Gemological Institute of America) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาทางด้านอัญมณีศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และได้รับความนิยมมากที่สุด

 

เชื่อกันว่าเพชรที่ได้ใบรับรอง (Certificate) จาก GIA  มีมาตรฐานที่ดีที่สุด ซึ่งในปัจจุบันเพชรของ GIA จะได้รับการเลเซอร์รหัสเลขของเพชรที่ขอบเพชรทุกเม็ด (*GIA เป็นสถาบันที่คิดค้นและพัฒนาการประเมินคุณภาพเพชรโดยระบบที่โดดเด่นที่สุดคือระบบการประเมินคุณภาพสีของเพชรที่ใช้เพียงตัวอักษรภาษาอังกฤษแทนระดับสี เช่น D เท่ากับสีของเพชรที่ใส ไม่มีสี หรือที่เราเรียกกันว่าน้ำ 100 นั่นเอง)

 

ส่วนสถาบันอื่นๆ ก็เช่น HRD Antwerp (Hoge Raad voor Diamant หรือ Diamond High Council, Belgium) ตั้งอยู่ที่เมือง Antwerp ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นเมืองหลักเมืองหนึ่งในการซื้อขายเพชรของโลก

 

ตารางราคาเพชร RAPAPORT

ราคา Rapaport คือราคาตารางราคาเพชรที่ร้านค้าหรือลูกค้าจะใช้อ้างอิงในการซื้อขายเพชรทั่วโลกโดยจะออก ทุกเดือนเป็นราคาหน่วยดอลล่าร์สหรัฐต่อกะรัตซึ่งหลังจากที่ร้านค้าหรือลูกค้าทราบคุณสมบัติ 4Cs ของเพชรที่ต้องการก็สามารถอ้างอิงจากราคาของ Rapaport ได้ซึ่งราคา Rapaport นั้นจะเป็นราคาที่ยังไม่รวมส่วนลด ทั้งนี้เพชรแต่ละทรงหรือแต่ละขนาดสามารถให้ส่วนลดได้ไม่เท่ากันบางทรงหรือบางขนาดอาจจะไม่มีส่วนลดเลยก็ได้

 

ราคา Rapaport นั้นเป็นราคากลางแต่จากรายละเอียดอื่นๆของเพชร เช่น ความสมบูรณ์ของการเจียระไน, สัดส่วน หรือสารเรืองแสง (Fluorescence) อาจจะส่งผลต่อส่วนลด หรือราคาที่แตกต่างกันด้วย

 

ติดต่อสอบถาม

www.facebook.com/anantajewelry/

 

 

กลับสู่หน้าหลัก  jum-jim.com

เทป OPP
เทป OPP สำหรับปิดกล่อง

เทป OPP สำหรับปิดกล่อง

 

เทป OPP สำหรับปิดกล่อง ชนิดกาวยาง

เทปOPP ผลิตจากฟิล์ม Oriented Polypropylene ซึ่งรับแรงดึงได้ดี ไม่สามารถฉีกขาดได้ด้วยมือ เทป OPP เคลือบด้วยกาวยางธรรมชาติ มีความเหนียวสูง ทนต่อความชื้นอุณหภูมิสูง หรือต่ำ ได้ดีเยี่ยม และแข็งแรง เทปOPP สูตรกาวยางธรรมชาติเหมาะสำหรับงานปิดบรรจุภัณฑ์และหีบห่อทั่วไป สินค้าแช่เย็น หรือส่งออก

 

คุณสมบัติ

-เทปOPP ผลิตจากฟิล์ม Oriented Polypropylene (OPP) ซึ่งมีความแข็งแรงสูง สามารถทนต่อแรงดึง ได้ดี ไม่สามารถฉีกขาดได้ด้วยมือ

-กาวยางธรรมชาติ มีความเหนียวสูง และทนต่ออุณหภูมิสูง หรือต่ำ ได้ดีเยี่ยม รวมถึงทนต่อความชื้นได้ดี

-สามารถใช้ในอุณหภูมิต่ำกว่า 0°C ได้

-มีทั้งแบบใส สีโกโก้ และสีน้ำตาล

 

การใช้งาน

-เทปOPP กาวยางธรรมชาติ สำหรับงานบรรจุภัณฑ์ ที่ต้องการเทปคุณภาพสูง

-เทปOPP กาวยางธรรมชาติ สำหรับงานที่ต้องการความเหนียวเป็นพิเศษ เช่นการติดบนผิวที่ไม่เรียบ

-เทปOPP กาวยางธรรมชาติ สำหรับงานที่ใช้บริเวณ ที่มีความชื้นสูงหรืออุณหภูมิต่ำ เช่น งานบรรจุอาหารแช่แข็ง อาหารทะเล

 

เทปOPP ปิดกล่อง ชนิดกาวสังเคราะห์สูตรน้ำ

เทปOPP ผลิตจากฟิล์ม BOPP ซึ่งรับแรงดึงได้ดี ไม่สามารถฉีกขาดได้ด้วยมือ เทปOPP เคลือบด้วยกาวอะคริลิค มีคุณสมบัติเหนียว กาวไม่เยิ้ม ทนสารเคมีและรังสียูวีได้ดี ราคาประหยัด สำหรับงานบรรจุภัณฑ์ทั่วไป

 

คุณสมบัติ

-เทปOPP ผลิตจากฟิล์ม Oriented Polypropylene (OPP) ซึ่งมีความแข็งแรงสูง สามารถทนต่อ แรงดึงได้ดี ไม่สามารถฉีกขาดได้ด้วยมือ

-เทปOPP กาวอะคริลิค มีคุณสมบัติเหนียว กาวไม่เยิ้ม แรงยึดเกาะดี ทนสารเคมีและรังสียูวีได้ดี

-ราคาประหยัด

-มีทั้งแบบใส สีโกโก้ และสีน้ำตาล

 

การใช้งาน

-เทปOPP กาวอะคริลิค สำหรับงานบรรจุภัณฑ์ทั่วไป ที่มีน้ำหนักเบาถึงปานกลาง

-สำหรับงานที่ต้องใช้กลางแจ้ง

 

เทปOPP สำหรับปิดกล่อง ชนิดกาวยางสังเคราะห์

เทปOPP ผลิตจากฟิล์ม Oriented Polypropylene ซึ่งรับแรงดึงได้ดี ไม่สามารถ ฉีกขาดได้ด้วยมือ เทปOPP เคลือบด้วยกาวยางสังเคราะห์ เทปมีความเหนียวสูงและแข็งแรง มีแรงคลายม้วนน้อย เทปOPP กาวยางสังเคราะห์เหมาะสำหรับงานปิดบรรจุภัณฑ์โดยใช้เครื่องแพ็ค

 

คุณสมบัติ

-เทปOPP ผลิตจากฟิล์ม Oriented Polypropylene (OPP) ซึ่งมีความแข็งแรงสูง สามารถทนต่อ แรงดึงได้ดี ไม่สามารถฉีกขาดได้ด้วยมือ

-กาวยางสังเคราะห์ มีความเหนียวสูง

-มีแรงคลายม้วนต่ำ ดึงออกจากม้วนง่าย

-มีทั้งแบบใสและสีน้ำตาล

 

การใช้งาน

-เทปOPP กาวยางสังเคราะห์ ใช้สำหรับงานบรรจุภัณฑ์ทั่วไป

-เทปOPP กาวยางสังเคราะห์ ใช้สำหรับงานปิดบรรจุภัณฑ์ที่ใช้คู่กับเครื่องแพ็ค ไม่ทำให้การเดินเครื่องติดขัด

 

เทปOPP สีต่างๆ สำหรับปิดกล่อง ชนิดกาวอะคริลิค

เทปOPP สี มีให้เลือก10 สี ได้แก่ สีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง สีฟ้า สีเขียว สีม่วง สีส้ม สีชมพู สีดำและสีขาว เทปOPP สีเหมาะสำหรับงานปิดกล่องที่ต้องการความสวยงาม งานจัดหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์

 

คุณสมบัติ

-เทปOPP ผลิตจากฟิล์ม Oriented Polypropylene (OPP) ซึ่งมีความแข็งแรงสูง สามารถทนต่อแรงดึงได้ดี ไม่สามารถฉีกขาด ได้ด้วยมือ

-เทปOPP กาวอะคริลิค มีคุณสมบัติเหนียว กาวไม่เยิ้ม แรงยึดเกาะดี ทนสารเคมีและ รังสียูวีได้ดี

-มีหลากหลายสีให้เลือก

 

การใช้งาน

-เทปOPP สี สำหรับงานบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการแยกความแตกต่างของ สินค้าโดยใช้สี เป็นตัวกำหนด

-สำหรับการแบ่งหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์

-งานตีเส้นภายในและภายนอกอาคารแบบชั่วคราว

 

ติดต่อเรา
1070 ซอยสวนพลู ถนนสาทรใต้แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร
กรุงเทพฯ 10120

โทร.02-287-2100 (ฝ่ายขายกรุงเทพฯ)โทร.038-213-111 (ฝ่ายขายชลบุรี)

e-mail : sales@louistapes.com

กลับสู่หน้าหลัก  jum-jim.com

dusit
dusit

dusit – “โรงแรมดุสิตธานี” ถือเป็นโรงแรมระดับห้าดาว ในประเทศไทยช่วงแรก ๆ ที่มีจุดเด่นยอดแหลมทอง ด้านบนสุดของอาคาร นอกจากนี้โรงแรมดุสิตธานียัง มีร้านอาหาร ภัตตาคาร และไนท์คลับที่ มีชื่อเสียงอย่างมาก ในประเทศไทยช่วง ยุคเวลาหนึ่ง ถึงขนาดที่ส่งให้ มีกรแจ้งเกิดของ ศิลปิน ดารา นักร้อง นักดนตรีจำนวนมากจากที่นี่ เป็นที่ทราบกัน ว่าโรงแรมดุสิตธานี เกิดจากวิสัยทัศน์ อันกว้างไกลและ เป็นการบุกเบิกโดย ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย

สำหรับท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ได้ก่อตั้งโรงแรมดุสิตธานีในช่วงวัย 28 ปี หลังกลับจากการศึกษา ที่สหรัฐอเมริกาจน มีประสบการณ์ในการบริการ ของโรงแรมต่างๆ และเกิดความสนใจ ที่จะกลับมาทำธุรกิจ โรงแรมระดับ 5 ดาวในประเทศไทย โดยโรงแรมแรก ที่ท่านผู้หญิงลงมือ ทำอย่างจริงจังคือ “โรงแรมปริ๊สเซส” ริมถนนเจริญกรุง แต่ด้วยข้อจำกัด หลายด้านจึงยุติกิจการลง

และมีการ มองหาที่ตั้งทำเลโรงแรม แห่งใหม่ โดยเลือกที่ดิน บริเวณหัวถนนสีลม หรืออดีตบ้านศาลาแดง ที่พระยายมราช (ปั้นสุขุม) ราชเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้รับพระราชทาน จากรัชกาลที่ 6 ซึ่งต่อมาอยู่ใน ความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วน พระมหากษัตริย์ โดยได้รับสัมปทาน เช่าระยะยาวถึง 30 ปี และให้ชื่อโรงแรมนี้ว่า “โรงแรมดุสิตธานี” ถือว่าเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวและสูงที่สุดในประเทศ และกลายเป็นแลนด์มาร์ก ที่สำคัญใจกลาง กรุงเทพมหานคร

ที่มาของชื่อดุสิตธานี

ชื่อ โรงแรมดุสิตธานี ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ตั้งขึ้นจากเหตุผล 2 ข้อ

1. ต้องการให้คล้องกับ  dusit ซึ่งเป็นชื่อสวรรค์ชั้นที่ 4 (จากทั้งหมด 6 ชั้น) เพื่อให้คนที่ มาใช้บริการรู้สึกเสมือนอยู่ในสวรรค์

2. โรงแรมดุสิต ตั้งอยู่ตรงข้าม พระบรมรูป รัชกาลที่ 6 หน้าสวนลุมพินี ซึ่งพระองค์เคยมี พระราชประสงค์ จะสร้างเมืองแม่ แบบประชาธิปไตยชื่อ “ดุสิตธานี”

แม้ตอนแรก ทุกคนจะ ไม่เห็นด้วย กับชื่อนี้ โดยให้เหตุผล ว่าฝรั่งเรียกไม่เป็น จะกลายเป็น “Dosit” ความหมายไม่ดีนัก แต่สุดท้าย ก็ยอมตกลงใจ ใช้ชื่อที่เธอเสนอ

ท่านผู้หญิงชนัตถ์ เคยเล่าถึง เหตุการณ์นี้ว่า “ดิฉันไม่เข้าใจ แต่คิดว่าสะกดให้ถูก ๆ ออกเสียงสั้น ๆ ก็คงจะไม่ยากสำหรับ ชาวต่างประเทศ ดิฉันตกลงใจแล้ว และไม่ขอเปลี่ยน ทุกคนยอม ตามใจดิฉัน แม้จะไม่เห็นด้วย เราจึงมีชื่อว่า ดุสิตธานี” นอกจากนี้เธอยัง ได้นำแนวคิดของ รัชกาลที่ 6 ที่นำความทันสมัย แบบตะวันตกมาหลอมรวม กับศิลปะความเป็นไทย ในการออกแบบ ตกแต่งโรงแรม

ภาพวาดลวดลายไทย วัสดุของไทยที่ขึ้นชื่อ เช่น ผ้าไหม ไม้สัก ถูกนำมาใช้เป็น องค์ประกอบหลัก ในการตกแต่ง โดยผสมผสาน กับเครื่องใช้อันทันสมัย จากตะวันตก หลังจาก Yozo Shibata ตกลงที่จะ รับงานออกแบบ และภาพโรงแรม แห่งใหม่เริ่มชัด ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ก็ตัดสินใจขายโรงแรมปริ๊นเซสทิ้ง เพื่อหาทุนมา สร้างโรงแรมในฝัน

“เพราะว่าไม่มีเงิน ส่วนตัวมีเงินอยู่ไม่เท่าไหร่ แต่อยากจะทำให้ มันใหญ่ ก็ต้องอาศัย การระดมทุน โดยการขายหุ้น ซึ่งก็ลำบาก เพราะขณะนั้นตลาดหลักทรัพย์ไม่มี…”

จากนั้น โครงการโรงแรม ที่เธอวาดหวังให้ เป็นสวรรค์ ก็เริ่มต้นสร้างในปี พ.ศ.2509

พัฒนาการที่สำคัญ

        กลุ่มดุสิตธานี มีการปรับปรุงและ พัฒนาการดำเนินงาน อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ ความต้องการของ ผู้มีส่วนได้เสีย ที่แตกต่าง ๆ ไป นับตั้งแต่ การก่อตั้งแบรนด์ดุสิตธานี ในช่วงทศวรรษ 1970 สู่การขยาย กิจการด้วยการเติบโต แบบที่ไปรับจ้างบริหาร โรงแรมในต่างประเทศ (Asset Light) ในช่วงทศวรรษ 1980 และการสร้างแบรนด์ โรงแรมใหม่ใน ช่วงทศวรรษ 2000 ประวัติและพัฒนาการสำคัญ ๆ ของโรงแรมนับ เป็นแรงบันดาลใจ ในการผลักดันก้าว แห่งความยั่งยืนต่อไป ของกลุ่มดุสิตธานี

ปี 2491 – 2544

สร้างดุสิตให้เป็นที่รู้จักในประเทศไทย

ปี 2544 – 2559

สยายปีก สู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านการรับจ้าง บริหารโรงแรม

ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน

เข้าสู่การสร้างสมดุล การขยายกิจการ และการกระจายความเสี่ยง

เดินฝ่ามรสุมด้วยการสร้างโรงแรมไทยระดับ 5 ดาว

การมาถึง ของทุนต่างชาติ ที่ได้เปรียบกว่า ทุกช่วงตัวในธุรกิจโรงแรม คือมรสุมลูกใหญ่ที่ กำลังรุกคืบเข้ามา

แทนที่จะอยู่เฉย ๆ และบ่นเบื่อสภาพ ฟ้าฝนทางธุรกิจ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ใช้เวลาช่วงนั้นเดินทาง ไปอเมริกา ยุโรป และพยายามเข้า พักในโรงแรมหรูหรา เพื่อจะหาไอเดีย สร้างโรงแรมที่ได้ มาตรฐานระดับโลก ในแบบของตัวเอง

“เราอยากทำโรงแรมระดับ 5 ดาว เป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ และลักชัวรี่”

ในที่สุดท่าน ผู้หญิงชนัตถ์ ก็ได้พบช่วงเวลามหัศจรรย์ อีกครั้งในปี พ.ศ.2508 เมื่อเธอได้รับเชิญ ไปร่วมงานด้านอุตสาหกรรม ที่ญี่ปุ่น และเข้าพักที่ Hotel Okura ในโตเกียว ที่นั่นเธอได้มีโอกาสพบ Iwajiro Noda ประธานกรรมการ ของโรงแรม เธอบอกเขา ว่าประทับใจบรรยากาศ ที่อบอุ่นของโรงแรม แห่งนี้มาก และในฐานะ คนทำธุรกิจโรงแรม เธอกำลังมี ความคิดที่ จะสร้างโรงแรม แห่งใหม่ที่กรุงเทพฯ

พอได้ยินเช่นนั้น Iwajiro Noda ก็แนะนำให้ เธอรู้จักสถาปนิก หนุ่มชื่อ Yozo Shibata หนึ่งในทีมสถาปนิก ที่ร่วมออกแบบโรงแรม

ต่อมา Yozo Shibata ผู้นี้ได้กลายเป็นผู้ออกแบบ โรงแรมแห่งใหม่ ของเธอที่ชื่อ ‘ดุสิตธานี’

กลับสู่หน้าหลัก – jum-jim